ไตรมาส2กำไรบจ.ทรุด32 %เผยหุ้นไทยน่าห่วง
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2013 เวลา 14:43 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ การเงิน FINANCIAL – คอลัมน์ : การเงิน-ตลาดทุน

ผู้ประกอบการในตลาดหุ้นอ่อนแรง ไตรมาส 2 มีกำไรรวม 1.64 แสนล้านบาท ลดลง 32.23 % เทียบไตรมาสแรกที่ทำตัวเลขหรู 2.42 แสนล้านบาท ขณะที่เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 26.15 % “ก้องเกียรติ” เผยบจ.ขาดทุนค่าเงิน ผลจากทางการส่งสัญญาณบาทเพี้ยน คาด 5 เดือนที่เหลือเงินไหลออกจากหุ้นไทย หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯเริ่มฟื้น และยุโรปผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)(บมจ.) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2556 ของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พบว่า 476 บริษัท คิดเป็น 97.94 % ของบจ.ทั้งหมด 486 บริษัท(ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG) มีกำไรสุทธิรวม 1.64 แสนล้านบาท ลดลง 7.8 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 32.23 % จากไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิ 2.42 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบไตรมาส 2 ของปี 2555 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.15 % (ไตรมาส 2/2555 มีกำไรสุทธิ 1.3 แสนล้านบาท )
สำหรับบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)มีกำไรสุทธิรวม 993.1 ล้านบาท ลดลง 45 % จากไตรมาส 2/2555 ที่มีกำไรสุทธิ 1.79 พันล้านบาท โดยมีจำนวนบริษัทที่รายงานผลประกอบการ 83 บริษัท คิดเป็น 94.3 % จากจำนวนทั้งหมด 88 บริษัท
จากการตรวจสอบข้อมูลของ”ฐานเศรษฐกิจ”พบว่ามีบจ.ขนาดใหญ่ที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 2 นำโดยกลุ่ม บมจ.ปตท.ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 3.47 พันล้านบาท ตามด้วยบมจ.บ้านปู ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 419 ล้านบาท บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 320 ล้านบาท บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากการก่อหนี้ต่างประเทศ 550 ล้านบาท
เช่นเดียวกับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสัญญาณกำลังซื้อชะลอตัว ได้ส่งผลต่อกำไรสุทธิไตรมาส 2/2556 แล้ว เช่นกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ(ลีสซิ่ง)ได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ(เอ็นพีแอล)เพิ่มทั้งบมจ. ฐิติกร และบมจ.ไมด้า ลิสซิ่ง บมจ.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2556 จำนวน 447 ล้านบาท ลดลง 18.87 % บริษัทดังกล่าวชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯถึงสาเหตุที่กำไรลดลงว่ากำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศชะลอตัวหลังมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจมากขึ้นทำให้มีความระมัดระวังการใช้จ่ายโดยเฉพาะสินค่าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า
นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฐิติกร เปิดเผยว่าตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์โดยรวมในขณะนี้ได้หดตัวตามกำลังซื้อของประชาชน ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 105.9 ล้านบาท ลดลง 38.7% เทียบไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ 172.9 ล้านบาท สาเหตุมาจาก เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 2 ทำให้บริษัทตัดสินใจเร่งตั้งสำรองหนี้สูญ และตัดหนี้สูญเพิ่มขึ้น อีกทั้งเร่งระบายรถยึดรุ่นเก่า เนื่องจากปีที่ผ่านมาผู้ผลิตรายใหญ่มีการออกรถรุ่นใหม่มากกว่า 20 รุ่น ทำให้รถรุ่นเก่ามีราคาลดลง ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่า ค่าใช้จ่ายพิเศษนี้จะกดดันผลประกอบการในช่วงสั้นเท่านั้น แต่จะเห็นผลดีในระยะยาว
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลกระทบจากการส่งสัญญาณทิศทางค่าเงินบาทช่วงครึ่งปีแรกของทางการ ทำให้ภาคเอกชน แม้กระทั่งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสะท้อนออกมาในผลประกอบการงวดไตรมาส 2 /2556 แล้ว สำหรับช่วงที่เหลือจากนี้ไปคาดว่าค่าเงินยังมีความผันผวน
สำหรับตลาดหุ้นไทยน่าเป็นห่วงด้านผลตอบแทน เนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งจะยังไม่ส่งผลต่อกำไรบจ.ในปีนี้ แต่ปีหน้าส่งผลกระทบแน่นอน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับนโยบายและการบริหารแต่ละประเทศในตลาดเกิดใหม่ว่าจะสามารถดึงดูดความสนใจให้เม็ดเงินซึ่งมีความกังวลว่าหากปีหน้าเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ภาครัฐจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร
นายก้องเกียรติคาดว่าในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลออกจากตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ รวมถึงไทย กลับไปยังตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา และกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)หลังจากมีสัญญาณชัดเจนแล้วว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว เห็นได้จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีทิศทางแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องขณะที่กลุ่มยุโรปก็ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
อย่างไรก็ดีคาดว่าเงินก้อนใหญ่จากต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ประมาณต้นปี 2557