คุณรู้จัก Max Myanmar Group ดีหรือไม่ ใครเป็นนักลงทุนไม่รู้จักกลุ่มดังกล่าวต้องพิจารณาตัวเอง ต้องไปอัพเดตตัวเองเสียแล้ว

นักลงทุนทั่วโลกจับจ้องและทยอยไปลงทุนยังพม่า ซึ่งแน่นอนอันดับ 1 ในเศรษฐีพม่าและไม่นานอาจจะกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ในเอเซีย หากพม่าเปิดการลงทุนอย่างเต็มตัวในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า เพราะเขายึดธุรกิจสำคัญของพม่าไว้หมดแล้ว และมีบริษัทเดียวในประเทศไทยเท่านั้นในตอนนี้ที่ไปร่วมลงทุนกับ Max Myanmar มารู้จักเขา U Saw Saw กันคร่าวๆ และอภิมหาธุรกิจในพม่าในอุ้งมือเขา ด้วยวัยแค่ 46 ปี และจะสยายปีกออกไปทั่วโลกในอนาคต
พม่าในตอนนี้หากเปรียบก็เป็นเช่น หญิงสาวอายุ 18 ขวบ ที่มีเพียบพร้อมด้วยความใส ซื่อ บริสุทธิ์และน่ารัก แถมพ่อรวยแม่รวยอีกต่างหาก (รวยทรัพยากรธรรมชาติที่เขาบอกกันว่าติดอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้)
———————————————————————————————————————————————————————

มหาเศรษฐีสองคนที่แย่งกันเป็นคนที่รวยที่สุดในพม่าคือนายเทย์ ซา เจ้าของกลุ่มทู้ และนายซอ ซอ (U Saw Saw) เจ้าของกลุ่มแม็กซ์ เมียนมาร์ (Max Myanmar) ผู้ที่เติบโตจากธุรกิจนำเข้ารถจักรยานยนต์ใช้แล้ว และทะยานขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อปั๊มน้ำมัน โรงแรม ก่อสร้าง ธนาคาร และเหมืองแร่ กลุ่มแม็กซ์ เมียนมาร์ ของนายซอ ซอ นี้เองเป็นกลุ่มที่ในตอนแรก ร่วมทุนกับบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ในอภิมหาโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตอุตสาหกรรมทวาย โดยเข้าถือหุ้น 25 % และถอนตัวออกภายหลังจนทำให้อิตาเลียนไทย ต้องวิ่งวุ่นหายักษ์ธุรกิจของพม่ามาเป็นพันธมิตรใหม่เพื่อให้โครงการขับเคลื่อนไปได้
โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเอามาเชื่อมกับท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเพื่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจแห่งการเติบโตในเส้นทางเชื่อมสองท่าเรือน้ำลึกเป็นโครงการสร้างอนาคตประเทศไทยที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการให้เป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลนายกฯหญิงคนแรกของไทย
กลุ่มแม็กซ์ เมียนมาร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของเครือข่ายปั๊มน้ำมัน บริษัทใช้เช่าเครื่องจักรเครื่องกล รับเหมาก่อสร้าง โรงแรมหลายแห่ง ธนาคารอิระวดีแบงก์ บริษัทท่องเที่ยว สัมปทานทางด่วน 8 เลนที่มุ่งเข้าสู่เมืองหลวงเนย์ปิตอว์ โรงงานปูนซีเมนต์ เหมืองหยก และเตรียมจะเปิดสายการบิน ซอ ซอ สื่อมวลชนในสิงคโปร์ระบุว่า กลุ่มแม็กซ์ เมียนมาร์ มีรายได้รวมปีละประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 15,000 ล้านบาท) โดยไม่นับรวมกิจการของพ่อตาซึ่งเป็นผู้ครองตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในพม่า
พ่อตาของนายซอ ซอ ก็คือนายเทียน ทุน รู้จักกันดีว่าเป็นผู้นำเป๊ปซี่ เข้าไปขายในพม่าเป็นคนแรก ซึ่งหลังจากที่เป๊ปซี่ ถอนตัวออกจากพม่า นายเทียน ทุน ก็ได้สร้างแบรนด์น้ำอัดลมของตัวเองจนขณะนี้เป็นเจ้าตลาดน้ำอัดลมในพม่า และเมื่อเป๊ปซี่ตัดสินใจกลับเข้าพม่าอีกครั้ง เมื่อเร็ว ๆ นี้โดยร่วมกับบริษัทอื่น ก็มีข่าวว่าโคคา -โคลาได้เข้าเจรจากับนายเทียน ทุน เพื่อแข่งกับเป๊ปซี่
มหาเศรษฐีหนุ่ม ซอ ซอ เป็นคนมีความทะเยอทะยานที่จะขยายธุรกิจให้เร็วที่สุด เห็นได้จากปฏิบัติการล่าสุดในการเข้าซื้อกิจการบริษัท ออสซิโน่กรุ๊ปฯ ซึ่งเป็นกิจการที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นที่สิงคโปร์ ขายเครื่องนอนยี่ห้อ Aussino ในลักษณะที่เรียกว่าแบ็กดอร์ลิสซิ่งในราคา 70 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ปฏิบัติการครั้งนี้ หากคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ของสิงคโปร์อนุมัติก็เท่ากับว่า กลุ่มธุรกิจของนายซอ ซอ สามารถเข้าไประดมทุนในตลาดสิงคโปร์ได้ ทำให้ได้เปรียบกลุ่มธุรกิจอื่นในพม่า และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะต่อกรกับบริษัทต่างชาติ ที่กำลังหลั่งไหลเข้าไปทำธุรกิจในพม่าได้
นายซอ ซอ ปัจจุบันอายุ 45 ปีให้สัมภาษณ์สื่อที่สิงคโปร์ว่า บริษัทของเขาต้องการเงินทุนเพื่อไปขยายเครือข่ายปั๊มน้ำมันให้ทั่วประเทศพม่าและเพิ่มเครือข่ายร้านค้าปลีกเข้าไปด้วย โดยหากได้ครอบครองบริษัท ออสซิโน่กรุ๊ปฯ จะขายธุรกิจเครื่องนอนให้คนอื่น เพิ่มทุนและจะเปลี่ยนไปทำธุรกิจพลังงาน ซึ่งอาจจะได้ธุรกิจค้าปลีกมาเป็นของแถม
ข้อมูลจากวิกิลีกส์ ระบุว่า นายซอ ซอ เป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งของพม่า เคยไปอยู่ประเทศญี่ปุ่นหลายปีและกลับประเทศพม่าในปี 2537 ในปีต่อมาตั้งบริษัทแม็กซ์ เมียนมาร์ฯขึ้น โดยเป็นบริษัทก่อสร้างแต่ก็ทำธุรกิจส่งออกไม้ไปจีนด้วย และยังเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลทหารพม่าให้นำเข้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์เก่าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ
นายซอ ซอ พุ่งขึ้นมาเป็นนักธุรกิจแถวหน้าได้เพราะการเอาอกเอาใจ บรรดานายพลผู้มีอำนาจ เช่นเดียวกับนักธุรกิจแถวหน้าคนอื่น ๆ ที่หากต้องการเจริญเติบโตก็ต้องรับใช้พวกนายทหารผู้ครองอำนาจ บริษัทของนายซอ ซอ อาสาช่วยงานของรัฐบาลทหารหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างเมืองหลวงใหม่เนย์ปิตอว์ ทำให้แม็กซ์ เมียนมาร์ ได้งานก่อสร้างและสัมปทานมากมายจากรัฐบาลรวมทั้งสนามกีฬาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปีหน้า (2556) นายซอ ซอ ยังช่วยจัดการเรื่องการพัฒนาการกีฬาให้กับประเทศ เป็นนายกสมาคมกีฬาหลายสมาคม รวมทั้งสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติ เมื่อประเทศเกิดภัยพิบัติ นายซอ ซอ ยังอาสาช่วยก่อสร้างฟื้นฟูให้กับพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ อาทิ ตอนเกิดเหตุการณ์พายุนาร์กีส
สื่อตะวันตกระบุว่า นายซอ ซอ สนิทสนมกับนายพลอาวุโสตาน ฉ่วยและ นายพลทิน อ่อง มินต์ อู นายพลสี่ดาวที่ไปดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี สายเหยี่ยวในรัฐบาลปฏิรูป และได้ลาออกเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้โดยอ้างปัญหาสุขภาพ และด้วยความใกล้ชิดกับบรรดานายพลจากคณะรัฐบาลทหารนี้เองทำให้นายซอ ซอ เป็นอีกคนหนึ่งที่โดนรัฐบาลตะวันตกแซงก์ชันทางด้านการเงินและการเดินทาง การเข้าซื้อกิจการบริษัท ออสซิโน่กรุ๊ปฯ ของนายซอ ซอ เป็นหนทางหนึ่งที่เขาพยายามเล็ดลอดออกจากตาข่ายแซงก์ชันของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถ้าเขาทำสำเร็จเขาจะกลายเป็นเจ้าพ่อธุรกิจพลังงานในพม่าได้อย่างไม่ต้องสงสัย
นี่คือกลุ่มแม็กซ์ เมียนมาร์ หนึ่งในยักษ์ธุรกิจของประเทศเมียนมาร์ และมีโอกาสพุ่งขึ้นเป็นอีกหนึ่งยักษ์ธุรกิจของเออีซี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,770
2Like · · Share
Kittisak Za, Jeff Thanasittichai, Anya Narkpinn and 11 others like this.

NuJeab Narak ขอบคุณค่ะ ขอแชร์นะคะ
September 14 at 8:41pm via mobile · Like