ทุกวันนี้ผมให้ความสำคัญกับปัจจัยคุณภาพมากกว่าเมื่อก่อนมาก สมัยก่อนผมชอบหาหุ้นที่ผลประกอบการณ์โตภายในปีเดียวเยอะๆ หุ้นจะได้ขึ้นเยอะๆ แต่วิธีการลงทุนแบบนั้นก็ต้องแลกกับโอกาสผิดพลาดที่สูงขึ้น

เช่นเมื่อก่อนผมเคยเล่นหุ้น bcp ตอนปี 54 เพราะกำไรไตรมาสแรกได้ประมาณ 1.2 ราคาหุ้นแถว 20 ผมลองแกะงบดูเห็นว่าบริษัทมีการขาดทุน hedge ประมาณ 400-500 ล้าน ถ้าปรับรายการนี้ด้วยบริษัทจะมีกำไรต่อหุ้น 1.7 ปรากฏว่าหลังผมซื้อราคาน้ำมันลดค่าการกลั่นลด แม้หุ้นจะถูกแต่ก็ไม่สามารถขึ้นสวนภาวะอุตสาหกรรมได้

ต่อมาผมก็มีประสบการณ์กับ bla ตอนนั้นผมเห็นบริษัทมียอดขายโตเร็วมากและคิดว่าน่าจะเป็น snowball แต่ผมหารู้ไม่ว่ายอดขายที่โตเร็วมาจากเบี้ยระยะสั้นซึ่งมีการสำรองไม่เหมือนเบี้ยที่ขายปกติ และแล้วผมก็หงายหลังกับผลประกอบการงวด q4/54 bla ให้บทเรีบนกับผมว่าการรู้ว่ายอดขายโตเยอะแค่ไหนแต่ไม่รู้ว่ามาจาก product แบบไหน พูดง่ายๆคือไม่รู้จักคุณภาพบริษัทอย่างแท้จริงก็เหมือนเราลงทุนพื้นฐานไม่เป็น หรือเป็นแบบครึ่งๆกลางๆ

เดี่ยวนี้กิจกรรมที่ผมใช้เวลากับเรื่องหุ้นหลักๆคือผมมักจะศึกษาคุณภาพบริษัทเป็นหลัก ผมไม่ให้ความสำคัญกับ ratio ในปัจจุบันมากเพราะว่าถ้าบริษัท growth ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ratio ในอนาคตจะสวยเอง ล่าสุดผมนัดวิสิทบริษัทแห่งนึงที่ผมว่าน่าสนใจมาก แต่ยังไม่ทันได้วิสิทหุ้นก็ขึ้นมา 50% ในหนึ่งเดือน ผมก็ตกรถไปตามระเบียบ ผมรู้สึกว่าบริษัทนี้น่าจะโตได้ดีแต่งบไตรมาสสองมีเรื่องน่ากังวล ที่ผมอยากหาคำตอบให้ได้ก่อนจะลงทุน ดังนั้นผมเลยทำใจได้กับการตกรถ เพราะผมไม่กล้าซื้อถ้าผมยังหาคำตอบเรื่องปัจจัยเชิงคุณภาพหลายๆอย่างไม่ได้

Case study เรื่องปัจจัยคุณภาพอย่างนึงคือ หุ้นนำเข้าถ่านหินมาจำหน่ายชื่อเล่นน้อง อั้ม พัชราภา ที่มี margin สูงมาก และยอดขายเติบโตเหลือเชื่อ หุ้นขึ้นจาก 7.5 ไป 45 ในปีเดียว แต่ทุกวันนี้หุ้นอยู่แถว 8 บาท เพราะตอนนั้นบริษัทไม่มีคู่แข่งมาร์จิ้นเลยดี พอดีใครๆก็ทำแข่ง ปีก่อนบริษัทก็น่าจะขาดทุน

หรือ case อิฐมวลเบาชื่อเล่น man of steel เข้าตลาดมา gross margin สูงเวอร์ สูงกว่า developer ถ้าเราคิดด้วย common sense น่าจะเป็นการยากที่ผู้ขายวัสดุจะมี margin มากกว่าเพราะไม่มีแบรน แค่มี รง ผลิตสุดท้ายหุ้นตัวนี้ก็ลงไปเหลือ 0.5

ดังนั้นที่ผมยอมตกรถถ้าหาข้อมูลคุณภาพได้ไม่มากพอเพราะผมกลัวจะโดนแบบ น้อง พัชราภากับ man of steel หุ้นคุณภาพดีนั้นถ้าเราซื้อผิดราคาถึงจะติดหุ้นสุดท้ายหุ้นก็มีนิวไฮเมื่อบริษัทโตต่อเนื่อง แต่หุ้นคุณภาพแย่ๆที่เราไปซื้อที่จุดพีคของธุรกิจ หลายครั้งเราจะไม่มีทางได้ลงดอยเลย