แกะรอยหุ้น PM – บริษัท พรีเมียร์ มาเก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) – เป็นธุรกิจในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม มีบริษัท พรีเมียร์ ฟิชชั่น แคปปิตอล จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ 45.83% และ PM ถือหุ้นเป็นอันดับ 2 ที่ 7.96% มีกองทุนเปิด ไทย แวลู โฟกัส อิควิคี้ ปันผล (VFocus-D) ของ ING ถือหุ้นที่ 1.32%

PM ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค แบ่งออกเป็น 5 หมวดสินค้าดังนี้
1.ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว เช่น ข้าวเกรียบกุ้ง คาลบี้ รสจัมโบ้โนริ
2.ผลิตภัณฑ์ลูกอม เช่น ลูกอม โอเล่ รสแตงโมมะนาวและรสลิ้นจี่ออสเตรเลีย
3.ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม เช่น โจ๊กและวุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป ตราเกษตร
4.ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในครัวเรือน เช่น ยาสีฟัน ดาร์ลี่เอนนาเมล โพรเทค
5.ผลิตภัณฑ์ยาและอาหารเสริม เช่น กาแฟกระป๋อง เพรียว

โดยจัดจำหน่ายผ่านทางร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade), ร้านค้าแบบดั้งเดิม (Traditional Trade), รถขายเงินสด (Cash Van) โดยมีร้านค้ากว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศค้าขายโดยตรงกับ PM

PM มีบริษัทย่อยซึ่งถือหุ้น 100% และประกอบธุรกิจดังนี้
1.บริษัท พี.เอ็ม.ฟูด จำกัด (PMF) – ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทปลาเส้นและปลาแผ่น เช่น ปลาสวรรค์ทาโร และผลิตภัณฑ์สาหร่ายทอด ทาโร บิ๊กกุ โดยจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยให้ PM เป็นผู้จัดจำหน่ายภายในประเทศแต่เพียงผู้เดียว

2.บริษัท พรีเมียร์ แคนนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด (PCI) – ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสำเร็จรูป ประเภทบรรจุถุงและบรรจุกระป๋อง สำหรับคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า โดยทั้งหมดส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศทั้งเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง และผลิตและจำหน่ายซอสมะเขือเทศ ซอสพริก คิงส์ คิทเช่น โดยให้ PM เป็นผู้จัดจำหน่ายภายในประเทศแต่เพียงผู้เดียว

3.บริษัท พรีเมียร์ โฟรเซ่น โพรดักส์ จำกัด (PFP) – ผลิตอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง โดยผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า นอกจากนี้ยังให้เช่าพื้นที่ในการผลิต ให้บริการรับฝากแช่ผลิตภัณฑ์ในห้องเย็น

โครงสร้างรายได้
– PM และ PMF สร้างรายได้หลักราว 73%-75%
– PCI สร้างรายได้ราว 24%-25%
– PFP สร้างรายได้ราว 1%

งบแสดงฐานะ
มีสินทรัพย์หมุนเวียน 67%-70% ต่อสินทรัพย์ทั้งหมด มีหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า และเทียบกับสินทรัพย์หมุนเวียนที่เป็นลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือแล้ว อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อีกทั้ง PM มี Cash Cycle อยู่ที่ 11-17 วัน กล่าวคือ สินค้าที่รอจัดจำหน่ายและเก็บเงินจากลูกหนี้ มีระยะเวลานานกว่า ที่ต้องจ่ายเจ้าหนี้อยู่ 11-17 วัน ซึ่งถือว่าต่ำทำให้ PM ถือเงินสดเพื่อบริหารสภาพคล่องน้อย ถือว่าดีเช่นกัน ส่วนหนี้สินเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ในระดับ 0.5-064 เท่า

งบกำไรขาดทุน
มีอัตราการเติบโตของรายได้ดีกว่ารายจ่าย ทำให้อัตรากำไรเติบโตดีต่อเนื่อง Net Profit Margin เติบโตจาก 7.28% เป็น 10.41% ในช่วงปี 53-55 ซึ่งสอดคล้องในทิศทางเดียวกับ Gross Profit Margin and EBITDA เช่นกัน บ่งชี้ว่ามีการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ดี และต้นทุนทางการเงินที่ดีเช่นกัน

งบกระแสเงินสด
มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานบวกสม่ำเสมอ ถือว่าดี และสามารถจัดสรรการลงทุนได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งสามารถจ่ายปันผลด้วยเช่นกัน อีกทั้งมีเกณฑ์กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ราวๆ 200 ล้านบาทในช่วงปี 54-55 ซึ่งแปลงสภาพไปเปลี่ยนเงินปันผลราวๆ 75% และนำไปซื้อหุ้นทุนคืนในปี 54 และลงทุนเพิ่มเติมในพันธบัตรไทยในปี 55

ความเสี่ยง : ความเสี่ยงในการไม่ได้รับต่ออายุสัญญาในการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า, ความเสี่ยงในการจัดจำหน่ายผ่าน Modern Trade, ความเสี่ยงต่อการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่และตลาดส่งออกในญี่ปุ่น

Equity Valuation : ราคาปัจจุบัน 9.05 บาท P/E 12.76 P/BV 3.95 DIY 4.09%

+++ ความคิดเห็นส่วนตัว +++
ถือเป็นบริษัทที่แกะรอยไปก็หิวไปเพราะขนมและอาหารหลายๆ แบรนด์เป็นที่รู้จักกันดี อีกทั้งแนวทางการดำเนินธุรกิจกว่า 30 ปีนั้น ทำให้ PM ดูค่อนข้างชิวมากๆ จากลักษณะการดำเนินธุรกิจจะเห็นว่าสินค้าที่จัดจำหน่ายเป็นประเภท Non-Cyclical หรือ Non-discretionary คือไม่ได้ผันผวนตามวัฎจักรเศรษฐกิจ ดังนั้นสามารถใช้วิธีการประเมินแบบ DCF ได้

ความน่าสนใจในการลงทุน PM นั้นมองที่ Current Income คือ การสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งมีการจ่ายปันผล 2 ครั้ง/ปี มากกว่าการทำ Capital Gain สังเกตุได้จาก อัตราหมุนเวียนปริมาณการซื้อขาย 0.13%

SAA Consensus ประเมิน EPS ไว้ที่ 0.78 บาท/หุ้น และ P/E ที่ 11.0 – 13.3 โดยมี Fair Price ที่ 11.20 – 14.00 บาท

ข้อมูลจาก งบ2Q56, งบ 56-1 ปี 55, SET Smart และ SAA Consensus
กาก้า