Vision of Wealth by Wichai Thongtang

วิทยากรมี4ท่าน
1.ดร.วิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
2.คุณ จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
3.ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.asia plus
4.คุณวิชัย ทองแตง

วิทยากร3ท่านแรกพูดเกี่ยวกับ
1.การจัดการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน
2.ลงทุนอย่างไรให้ปลอดภัย
วิทยากรท่านที่4 แสดงวิสัยทัศน์เรื่องการลงทุน

1.การจัดการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน

ดร.วิจิตร มองว่าตั้งแต่แกนเศรษฐกิจของโลกย้ายมาฝั่ง asiaหรือที่เรียกว่า asia century ประเทศไทยเรายังโตช้าแค่ประมาณ2.6%ต่อปีทั้งที่ควรอาจจะ5%ต่อปี

คุณจรัมพร: มองเป็น3ระดับคือ
1.ภายในประเทศ
2.ภายในภูมิภาค
3.global

ภายในประเทศเชิงบวกมี3ข้อคือ
1.ภาครัฐเพิ่มการลงทุนพื้นฐาน
2.จังหวัดการค้าชายแดนเติบโต มีการค้าขายตามเขตชายแดนสูงขึ้น
3.ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
ภายในประเทศเชิงลบมี1ข้อ
1.การบริโภคภาคเอกชนลดลง

ภายในภูมิภาคเชิงบวก จดทันคร่าวๆ3ข้อ
1.การขยายตัวทางเศรษฐกิจ GMSและ AEC
2.บริษัทในอาเซียนขยายกิจการ
3.มีการระดมเงินทุนและการควบรวมข้ามประเทศ

Global:เศรษฐกิจของdevelop countryเริ่มฟื้นตัว

ในช่วง10ปีที่ผ่านมาหุ้นในประเทศไทยให้ผลตอบแทนการลงทุนมากกว่าทองคำ พันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากประจำ1ปี
กว่า70บริษัทในset100 สามารถทำกำไรและจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ
จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้เราได้ประโยชน์จากการค้าขายระหว่างประเทศ

ถ้าไม่มีqe:

คุณจรัมพร มองว่าqeเป็นเงินชั่วคราว เงินส่วนเกินจะเอามาลงทุน ปีนี้น่าจะเป็นปีที่5แล้วโดยประมาณ ในที่สุดเงินก้อนนี้จะถูกดึงกลับ ในตอนนั้นจะลงทุนอะไรค่าเงินน่าจะอ่อนลงในภูมิภาค(ทุกประเทศ)
ถ้าไม่มีqeเศรษฐกิจบ้านเราน่าจะได้ผลดีด้านการส่งออกและท่องเที่ยว ดีต่อธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องภาระดอกเบี้ย
กลุ่มsectorที่กู้น้อยจะได้เปรียบ

ถ้าไม่มีqeไม่น่าจะมีผลกระทบมากแต่ตอนนี้ผันผวนเพราะภาพมันยังไม่ชัดเจนเพราะไม่รู้ว่าจะยกเลิกไหมหรือจะลดลงเท่าไหร่ จะมีมาตราการอะไรออกมาอีกไหม

ถ้าqeลดลงเท่ากับว่าเศรษฐกิจ USAฟื้นตัว น่าจะดีต่อโลก แนวโน้มระยะยาวน่าจะดีกว่าถ้าลดqeลง

ดร.ก้องเกีรยติ บล.asia plus

ตลาดช่วงนี้ยังน่าจะผันผวน 2เดือนก่อนเฟดยังเกริ่นๆบอกว่าจะลด qe มาวันนี้บอกไม่ลด (อาจจะเพราะจะเกษียรตำแหน่ง)
ขนาดประธานเฟดยังพูดกลับไปกลับมา ส่วนหนึ่งที่ยังคงqe เพราะเฟดอาจจะมองว่าเศรษฐกิจอเมริกายังฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์หรือไม่
ตอนSummerบอกสละสิทธิ์ไม่ชิงตำแหน่งประธานเฟด set บวกประมาณ 40จุด
ตอนที่Ben Bernankeบอกคงqe setบวกประมาณ50จุด
มาวันนี้มีข่าวลือว่าเดือนหน้าอาจจะลดqe setลงประมาณ40จุด

ตลาดกระทบได้3ด้าน
1.ความถูกความแพงของตลาดหุ้นไทย
2.เปรียบเทียบกับตลาดเกิดใหม่
3.fund flow

1.ความถูกแพงของตลาดหุ้นไทย วันนี้ถ้าถามว่าตลาดหุ้นไทยแพงไหมก็มองว่าแพง ดัชนีขึ้นมาเยอะแต่หุ้นกลุ่มพลังงานยังคงที่แสดงว่าที่setขึ้นมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะหุ้นขนาดกลาง ขนาดเล็กบางตัวโตมากเกิน 100%(โตเร็วเกิน)
แต่ถ้าโครงการ2ล้านล้านเกิดมีจริง น่าจะดีต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจไทย

2.เปรียบเทียบตลาดเกิดใหม่และไทย ทุกครั้งที่บอกจะลดqe เงินก็ไหลออก อย่างตลาดอินโดน่าจะแพงกว่าเรา พอบอกจะลดqe ตลาดอินโดก็ลงแรงกว่าไทย

ถ้าลดqe ตลาดอเมริกาน่าสนใจแสดงว่าจะฟื้นตัวจะตามมาด้วยคู่ค้าของ USAตามมาด้วยกลุ่มยุโรป ต่อไปก็น่าจะเป็นจีน ญึ่ปุ่น สาวนไทยต้องอาศัยการก่อสร้าง การลงทุน

ตอนสมัยก่อนเคยทำ ipoหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ทำออกมาขายโดยคิดpe8เท่า พวกก็ทักท้วงว่าแพง ขายกันลำบากมาตอนนี้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเทรดกันpe 30เท่าเพราะโตตามตลาดที่พัฒนาแล้ว (กลุ่มโรงพยาบาลของตลาดที่พัฒนาแล้วของเขาก็30เท่า)

ในวงการตลาดหุ้นก็มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่ล้มเลิกหายไปก็เยอะเช่น kodak หรือล่าสุดnokiaที่ถูกmicrosoft take overไป(วิทยากรมีแอบแซวว่า microsoftจากสถิติ take overบริษัทไหนไปสุดท้ายก็…..)

ปัจจุบันมีรถไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กแล้ววิ่งได้นาน5ชม. มีใช้งานกันได้จริงๆพอเห็นอย่างนี้แล้วVolk Swagenก็อยากลองมาทำขายบ้าง

หุ้นfacebookใครโทรจองipoก็เจ็บตัวแต่ตอนนี้ราคาขึ้นมาเหนือราคาจองแล้ว อาจจะมีผันผวนแต่สุดท้ายก็กลับมาได้เพราะได้รายได้ค่าโฆษณา หุ้นของUSAโตขึ้นมาเกือบ100%ในรอบ2ปี

ปัจจุบันประเทศSingapore พวกนักศึกษา วิศวกร เริ่มเรียนเริ่มคุย คิดถึงเรื่องการก่อสร้างใต้ดินแล้ว นอกเหนือจากการก่อสร้างแนวดิ่ง ส่วนการก่อสร้างแนวราบไม่ได้คิดแล้วเพราะไม่มีพื้นที่เหลือ

3.fund flow การไหลเข้า-ออกของเม็ดเงินมีผลต่อset
เงินบาทแข็งเพราะเงินไหลเข้า ผู้ส่งออกก็จะโวยวาย จริงๆแล้วนักธุรกิจต้องดูแลตัวเองด้วยอย่าหวังพึ่งแต่รัฐบาล ต้องคอยดูและใช้นวัตกรรมทางการเงินมาช่วยธุรกิจของตัวเองหรือสร้าง นวัตกรรมใหม่ให้ธุรกิจตัวเอง

ถ้าประธานเฟดคนใหม่เป็นผู้ช่วย Ben Bernanke มองว่าน่าจะลดqeตาม Ben Bernanke
ถ้าลดqeน่าจะเป็นข่าวดีเพราะแสดงว่าเศรษฐกิจUSAฟื้น

เพื่อลดความผันผวนเราน่าจะมีการกระจายการลงทุนไปหลายธุรกิจ ไปลงทุนในตลาดต่างประเทศเช่นในประเทศที่พัฒนาแล้ว

จุดแข็งของไทย
1.ทำเลภูมิศาสตร์
2.ธุรกิจรับมาผลิต

ทำลภูมิศาสตร์ เราเคยจะทำโครงการคอขอดกะแต่กลัวเรื่องแบ่งแยกดินแดนสุดท้ายก็ล้มไป เราควรพัฒนาด้านการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อประเทศอื่นๆ

Singapore พื้นที่อยู่ใกล้ช่องแคบมะละกา ตอนนั้นบอกว่าจะยกระดับเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินตรามีแต่คนหัวเราะแต่สุดท้ายก็ทำได้ เร็วๆนี้อาจจะแซงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้านprivate banking(เศรษฐี คนมีเงินมักจะเอาเงินไปฝาก/ ลงทุนที่สวิตเซอร์แลนด์)

2.ธุรกิจรับมาผลิต รับจ้างผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เราเป็นอันดับต้นๆแต่ข้อเสียคือเราไม่มีแบรนด์ของตัวเอง บริษัทรถใหญ่ๆเช่น BMW Volk Swagen เทรดกันที่pe 9เท่า

ประเทศเราน่าจะได้เปรียบในธุรกิจอาหาร โรงพยาบาล
ประเทศเราไม่มีระบบการเทรนคน ยังพบปัญหาคลาดแคลนแรงงาน

2.ลงทุนอย่างไรให้ปลอดภัย

มุมมองดร.วิจิตร:

ความเสี่ยงมีระยะสั้น ระยะกลางแล้วแต่มองไกลแค่ไหน ถ้ามองไกลมองไปข้างหน้าเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานรองรับ ตลาดหุ้นไทยยังไปได้อีกไกล ถ้าสร้างและทำให้มากกว่านี้ โครงการ3.5แสนล้าน โครงการ2ล้านล้านยังน้อยไป มากกว่านี้2เท่าก็ยังได้
การลงทุนพื้นฐาน โครงสร้างต่างๆน่าจะดี ส่วนความเสี่ยงระยะสั้นน่าจะผ่านไปได้
อยากให้ลองตามดู5เรื่อง
1.ถ้าอัตราเติบโต5-7%ต่อปียังน่าจะไปได้(น่าจะจดมาไม่ผิด)
2.โครงการ 2ล้านล้าน โครงการ3.5แสนล้านถ้าทำได้เร็วจะโตได้อีก
3.อัตราแลกเปลี่ยน ถ้ารักษาระดับนี้ได้จะมีผลต่อการส่งออก เราต้องพึ่งพาการส่งออกในอนาคต หลายๆประเทศที่พัฒนาแล้วก็พึ่งพาการส่งออก
4.น่าจะมีการขาดดุลเงินสะพัดกับต่างประเทศ ถ้าขาดดุลเงินสะพัดแสดงว่าเราลงทุน ถ้าเราไม่ลงทุนจะโตได้อย่างไร ถ้างบเกินดุลเงินสะพัดกับต่างประเทศแสดงว่าไม่ได้ลงทุน
5.สินเชื่อของแบงค์ ถ้าสินเชื่อของแบงค์ไม่รองรับจะทำได้อย่างไร

มุมมองคุณจรัมพร:

ต้องดูตัวเองก่อนว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน เราลงทุนเพื่ออะไร ถ้าลงทุนเพื่อรองรับการเกษียรอายุก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งการลงทุนแบบ DCA ในรอบ10ปีก็ให้ผลตอบแทนดี

มุมมอง ดร.ก้องเกียรติ:

กระจายความเสี่ยงให้ถูก กระจายกลุ่มอุตสาหกรรม หรือไม่ก็ซื้อกองทุนที่มีมืออาชีพบริหาร แต่ก็ไม่ควรกระจายมากเกินไป มีลูกค้าซื้อหุ้นหลายบริษัท บริษัทละ100หุ้น(อย่าไปหัวเราะเยาะเขา)เพื่อดูงบการเงินก็มี เลือกลงทุนในหลายประเทศ

ประเทศไทยเริ่มฟื้น เมื่อเกือบ3ปีก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทยยอมให้ไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ มีลูกค้าคนหนึ่งก็ไปลงทุนที่ USA วันก่อนโทรมาเล่าให้ฟังว่าดีใจมากเพราะเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งสะพายกระเป๋าหลุยเดินออกมาจากร้านStarbuck ใส่เสื้อน่าจะยี่ห้อ Zara นั่งรถBMW ที่เขาภูมิใจเพราะนี่คือ4ใน7หุ้นที่เขาลงทุน ถึงแม้จะมีไม่กี่หุ้นก็ตาม

วิสัยทัศน์ของคุณวิชัย ทองแตง

ปัจจุบันอายุ66ปี ตอนแรกที่ลูกๆท่านรู้ว่าจะมา talk showเรื่อง Wealth ลูกๆบอกอายุขนาดนี้พูดเรื่อง Healthน่าจะดีกว่า

ตอนนี้โครงการ2ล้านล้านผ่านวาระ2แล้วเหลือวาระ3 กับวาระ4 (ท่านแซวเล่นๆว่ามีวาระ4;วาระ4ถ้ามีก็คือให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ)

ถ้าโครงการ2ล้านล้านผ่านไปได้ประเทศจะเริ่มค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้า (อย่าเอาโครงการ2ล้านล้านไปเทียบกับโครงการไทยเข้มแข็ง)
โครงการ2ล้านล้านอย่ามองว่าทำ Logisticอย่างเดียว ในอีก7-10ปีข้างหน้าคาดว่าน่าจะได้กลับมามากกว่า3-4เท่าตัว ยังไงก็น่าจะดีกว่าไม่ขยับไม่ลงทุนอะไรเลย

โดยส่วนตัวคุณวิชัยมองว่าตัวเองเหมือนWarren Buffetแค่2เรื่องคือ
1.เป็นคนบ้านนอก(มาจากจังหวัดชลบุรี)
2.ใช้ชีวิตเรียบง่าย

ประเทศไทยต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ(เช่นอย่างที่asia plusเริ่มทำโครงการ dw corner ) จุดเล็กๆที่จะสร้างความเติบโตใหญ่ๆในอนาคต

AEC กำลังจะเกิดขึ้นเหมือน steakชิ้นใหญ่ กำลังจะถูกมารุมชิม เราต้องมีภูมิคุ้มกันไม่ให้ใครมาชิมเราได้ง่ายๆ โครงการ2ล้านล้านจะเชื่อมต่อทางธุรกิจได้ง่าย โครงการ2ล้านล้านควรเกิด แล้วเราต้องช่วยกันตรวจสอบการCorruption ป้องกันการเกิดการ Corruption

ตลาดหลักทรัพย์ฯจะเป็นศูนย์กลางในการทำให้เกิด
good governance และ public private partnership

เราผ่านจุดล่อแหลมมาหลายต่อหลายครั้ง ขอความร่วมมือนักลงทุนช่วยกันสร้างอนาคตประเทศ

Styleการลงทุนของคุณวิชัยมีพูดถึง2เรื่องคือ
1.ชอบhigh risk high return
2.ชอบมองไปที่ Opportunity & Option

1.ชอบ high risk high return แต่ก็ต้องผ่านการวิเคราะห์ของทีมงาน ต้องวิเคราะห์สถานะทางการเงินให้ขาด พวกหมายเหตุประกอบงบการเงินต่างๆสามารถพลิกฟื้นได้จริงไหม
ก็มีการวิเคราะห์ถูก วิเคราะห์ผิด บ่อยครั้งทีมงานก็วิเคราะห์ไม่ตรงกัน ต้องตัดสินใจ
บางทีลูกน้องก็แซวว่าตัดสินใจได้ยัง
“เป็นคนตัดสินใจเร็ว แต่ก่อนตัดสินใจน่ะจะช้า”
หลังการตัดสินใจไปแล้วก็ต้องมีการวิเคราะห์ ต้องดูmodelด้วยมีแผนและทีมงานรองรับไหม

เงินหาได้ไม่ยากถ้า
1.ถ้าแบงค์ให้กู้
2.ถ้าน้องๆเพื่อนๆยังให้ความเชื่อถือ เพิ่มเงินมาลงทุน

ถ้าทำตัว low profile high profitได้จะดีแน่นอน

คำคม: “วิเคราะห์ให้เจาะลึก ตรองตรึกด้วยปัญญา”
อย่าเชื่อแค่ได้ฟัง

มุขเสริม: พ่อคุณวิชัยให้พระคุณวิชัยมาองค์หนึ่ง แล้วบอกคาถามา “ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า”
เวลาเขายิงกันอย่าออกไปดูหรือเวลาเขาฟันแทงกันก็อย่าเข้าไปดู ซึ่งคุณวิชัยก็ยึดถือปฏิบัติ เวลามีม็อบมีเรื่องอะไรคุณวิชัยก็จะไม่เข้าไปจึงรอดชีวิตมา

2.ชอบมองไปที่ Opportunity & Option
การค้นหา Opportunityเดี๋ยวนี้ไม่ยาก อายุมากแล้วมีแต่คนนำ opportunityมาให้ เราก็เอามาศึกษาต่อว่าใช่ไหม เป็นไปได้หรือเปล่า

ประเภทที่มีอนาคต “วงแหวนแห่งการลงทุน”
วงแหวนมันกระจ่างชัดไหมถ้าชัดก็ลงทุนไปและถ้ามีconnectionยิ่งดี(ไม่ได้หมายถึงcorruption)

(อ่านมาถึงตรงนี้ตัวคนจดเองก็คงต้องไปsearchเรื่องวงแหวนแห่งการลงทุนอ่านเพิ่ม)

ถ้าสร้างnet workได้=เราชนะ
ถ้าสร้างnet workไม่ได้=ไม่ได้แพ้ แต่เท่ากับว่าไปไม่ถึงเป้าหมาย อย่าไปคิดว่าแพ้ เราสามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วปิดช่องว่างได้

ตัวคุณวิชัยเป็นนักลงทุนที่เป็นนักกฏหมาย เป็นนักกฏหมายที่เป็นนักลงทุน ใช้ความรู้ด้านกฏหมายมาช่วยด้านการลงทุน

วิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วต้องแก้ได้
แยกให้ออกระหว่างราคากับมูลค่า

มูลค่าต้องมากกว่าราคาถึงจะลงทุน มูลค่าไม่ใช่ปล่อยให้เวลาพาไปแต่เราต้องช่วยกันสร้างมูลค่า

***ธุรกิจก่อสร้าง ธนาคาร มาแน่ถ้าโครงการ2ล้านล้านเกิด

ล่าสุดรัฐบาลว่าจะกู้ภายในประเทศ50% กู้ต่างประเทศ50%

รัฐบาลแบ่งกู้ต่างประเทศก็ดีจะทำให้ธุรกิจในประเทศมีเงินหมุนเวียน ราคาที่ดินน่าจะแพงขึ้น ช่องว่างระหว่างคนรวย คนจนน่าจะลดลง แต่เราต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดให้มีการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (ไม่ให้มีการcorruption)

ธุรกิจที่น่าสนใจคือเราต้องมองแผนการลงทุนของรัฐบาลด้วย ลงทุนสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โครงการ2ล้านล้านนอกจาก Logisticแล้วยังมีเรื่องพลังงานทดแทน(คุณวิชัยกำลังสนใจเรื่องพลังงานทดแทน)

เราต้องมองไปถึงเรื่อง wealthness of asia ตอนนี้ในกลุ่มจะรวมโรงพยาบาลได้45 โรงพยาบาลแล้วจะถึงเร็วๆนี้

ที่มีการรวมกันเช่น รพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวช เปาโล bnh (ชื่อที่5จดไม่ทัน) ถ้าพูดถึงด้าน net margin & eps เราคืออันดับ1ของโลก

อยากให้มองในแง่นักลงทุนไทยสามารถบริหารธุรกิจ healthcareได้เป็นอันดับ1ของโลก

สุดท้ายมีการเล่าเกร็ดความรู้เรื่องไก่ชื่อโต้งที่เลี้ยงไว้ที่บ้านมันมีเมีย2ตัว เช้าๆพาลูกออกจิกหาอาหาร ตามพื้นไปเรื่อยๆครองพื้นที่บ้านคุณวิชัยกับลูกคุณวิชัยอีก2หลัง เวลานอนไม่ชอบนอนในกรง ต้องนอนบนที่สูง นอนบนต้นไม้จะได้ดูแลเมียและลูกๆ แต่ที่สูงบนต้นไม้นี่แหละมีมหันตภัยเงียบเข้ามา สุดท้ายโต้งโดนงูเหลือมกิน

คนเราอย่าประมาทว่าชั่วโมงบินสูงต้องคอยระวังมหันตภัยร้ายที่อาจจะมาทำร้ายเราได้(น่าจะสื่อถึงความไม่ประมาทในการลงทุน)

อาจจะมีการจดตกหล่นไปบ้างแต่คิดว่าน่าจะพอมีประโยชน์กับคนที่ไม่ได้เข้าฟัง ถ้าอย่างไรคอยติดตามทางช่องmoney channel อีกครั้งไม่แน่ใจว่าจะออกอากาศวันที่เท่าไหร่
Photo: ภาค7: วิสัยทัศน์ของคุณวิชัย(ภาคสุดท้าย)

ปัจจุบันอายุ66ปี ตอนแรกที่ลูกๆท่านรู้ว่าจะมา talk showเรื่อง Wealth ลูกๆบอกอายุขนาดนี้พูดเรื่อง Healthน่าจะดีกว่า

ตอนนี้โครงการ2ล้านล้านผ่านวาระ2แล้วเหลือวาระ3 กับวาระ4 (ท่านแซวเล่นๆว่ามีวาระ4;วาระ4ถ้ามีก็คือให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ)

ถ้าโครงการ2ล้านล้านผ่านไปได้ประเทศจะเริ่มค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้า (อย่าเอาโครงการ2ล้านล้านไปเทียบกับโครงการไทยเข้มแข็ง)
โครงการ2ล้านล้านอย่ามองว่าทำ Logisticอย่างเดียว ในอีก7-10ปีข้างหน้าคาดว่าน่าจะได้กลับมามากกว่า3-4เท่าตัว ยังไงก็น่าจะดีกว่าไม่ขยับไม่ลงทุนอะไรเลย

โดยส่วนตัวคุณวิชัยมองว่าตัวเองเหมือนWarren Buffetแค่2เรื่องคือ
1.เป็นคนบ้านนอก(มาจากจังหวัดชลบุรี)
2.ใช้ชีวิตเรียบง่าย

ประเทศไทยต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ(เช่นอย่างที่asia plusเริ่มทำโครงการ dw corner ) จุดเล็กๆที่จะสร้างความเติบโตใหญ่ๆในอนาคต

AEC กำลังจะเกิดขึ้นเหมือน steakชิ้นใหญ่ กำลังจะถูกมารุมชิม เราต้องมีภูมิคุ้มกันไม่ให้ใครมาชิมเราได้ง่ายๆ โครงการ2ล้านล้านจะเชื่อมต่อทางธุรกิจได้ง่าย โครงการ2ล้านล้านควรเกิด แล้วเราต้องช่วยกันตรวจสอบการCorruption ป้องกันการเกิดการ Corruption

ตลาดหลักทรัพย์ฯจะเป็นศูนย์กลางในการทำให้เกิด
good governance และ public private partnership

เราผ่านจุดล่อแหลมมาหลายต่อหลายครั้ง ขอความร่วมมือนักลงทุนช่วยกันสร้างอนาคตประเทศ

Styleการลงทุนของคุณวิชัยมีพูดถึง2เรื่องคือ
1.ชอบhigh risk high return
2.ชอบมองไปที่ Opportunity & Option

1.ชอบ high risk high return แต่ก็ต้องผ่านการวิเคราะห์ของทีมงาน ต้องวิเคราะห์สถานะทางการเงินให้ขาด พวกหมายเหตุประกอบงบการเงินต่างๆสามารถพลิกฟื้นได้จริงไหม
ก็มีการวิเคราะห์ถูก วิเคราะห์ผิด บ่อยครั้งทีมงานก็วิเคราะห์ไม่ตรงกัน ต้องตัดสินใจ
บางทีลูกน้องก็แซวว่าตัดสินใจได้ยัง
“เป็นคนตัดสินใจเร็ว แต่ก่อนตัดสินใจน่ะจะช้า”
หลังการตัดสินใจไปแล้วก็ต้องมีการวิเคราะห์ ต้องดูmodelด้วยมีแผนและทีมงานรองรับไหม

เงินหาได้ไม่ยากถ้า
1.ถ้าแบงค์ให้กู้
2.ถ้าน้องๆเพื่อนๆยังให้ความเชื่อถือ เพิ่มเงินมาลงทุน

ถ้าทำตัว low profile high profitได้จะดีแน่นอน

คำคม: “วิเคราะห์ให้เจาะลึก ตรองตรึกด้วยปัญญา”
อย่าเชื่อแค่ได้ฟัง

มุขเสริม: พ่อคุณวิชัยให้พระคุณวิชัยมาองค์หนึ่ง แล้วบอกคาถามา “ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า”
เวลาเขายิงกันอย่าออกไปดูหรือเวลาเขาฟันแทงกันก็อย่าเข้าไปดู ซึ่งคุณวิชัยก็ยึดถือปฏิบัติ เวลามีม็อบมีเรื่องอะไรคุณวิชัยก็จะไม่เข้าไปจึงรอดชีวิตมา

2.ชอบมองไปที่ Opportunity & Option
การค้นหา Opportunityเดี๋ยวนี้ไม่ยาก อายุมากแล้วมีแต่คนนำ opportunityมาให้ เราก็เอามาศึกษาต่อว่าใช่ไหม เป็นไปได้หรือเปล่า

ประเภทที่มีอนาคต “วงแหวนแห่งการลงทุน”
วงแหวนมันกระจ่างชัดไหมถ้าชัดก็ลงทุนไปและถ้ามีconnectionยิ่งดี(ไม่ได้หมายถึงcorruption)

(อ่านมาถึงตรงนี้ตัวคนจดเองก็คงต้องไปsearchเรื่องวงแหวนแห่งการลงทุนอ่านเพิ่ม)

ถ้าสร้างnet workได้=เราชนะ
ถ้าสร้างnet workไม่ได้=ไม่ได้แพ้ แต่เท่ากับว่าไปไม่ถึงเป้าหมาย อย่าไปคิดว่าแพ้ เราสามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วปิดช่องว่างได้

ตัวคุณวิชัยเป็นนักลงทุนที่เป็นนักกฏหมาย เป็นนักกฏหมายที่เป็นนักลงทุน ใช้ความรู้ด้านกฏหมายมาช่วยด้านการลงทุน

วิเคราะห์ความเสี่ยงแล้วต้องแก้ได้
แยกให้ออกระหว่างราคากับมูลค่า

มูลค่าต้องมากกว่าราคาถึงจะลงทุน มูลค่าไม่ใช่ปล่อยให้เวลาพาไปแต่เราต้องช่วยกันสร้างมูลค่า

***ธุรกิจก่อสร้าง ธนาคาร มาแน่ถ้าโครงการ2ล้านล้านเกิด

ล่าสุดรัฐบาลว่าจะกู้ภายในประเทศ50% กู้ต่างประเทศ50%

รัฐบาลแบ่งกู้ต่างประเทศก็ดีจะทำให้ธุรกิจในประเทศมีเงินหมุนเวียน ราคาที่ดินน่าจะแพงขึ้น ช่องว่างระหว่างคนรวย คนจนน่าจะลดลง แต่เราต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดให้มีการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม (ไม่ให้มีการcorruption)

ธุรกิจที่น่าสนใจคือเราต้องมองแผนการลงทุนของรัฐบาลด้วย ลงทุนสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โครงการ2ล้านล้านนอกจาก Logisticแล้วยังมีเรื่องพลังงานทดแทน(คุณวิชัยกำลังสนใจเรื่องพลังงานทดแทน)

เราต้องมองไปถึงเรื่อง wealthness of asia ตอนนี้ในกลุ่มจะรวมโรงพยาบาลได้45 โรงพยาบาลแล้วจะถึงเร็วๆนี้

ที่มีการรวมกันเช่น รพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวช เปาโล bnh (ชื่อที่5จดไม่ทัน) ถ้าพูดถึงด้าน net margin & eps เราคืออันดับ1ของโลก

อยากให้มองในแง่นักลงทุนไทยสามารถบริหารธุรกิจ healthcareได้เป็นอันดับ1ของโลก

สุดท้ายมีการเล่าเกร็ดความรู้เรื่องไก่ชื่อโต้งที่เลี้ยงไว้ที่บ้านมันมีเมีย2ตัว เช้าๆพาลูกออกจิกหาอาหาร ตามพื้นไปเรื่อยๆครองพื้นที่บ้านคุณวิชัยกับลูกคุณวิชัยอีก2หลัง เวลานอนไม่ชอบนอนในกรง ต้องนอนบนที่สูง นอนบนต้นไม้จะได้ดูแลเมียและลูกๆ แต่ที่สูงบนต้นไม้นี่แหละมีมหันตภัยเงียบเข้ามา สุดท้ายโต้งโดนงูเหลือมกิน

คนเราอย่าประมาทว่าชั่วโมงบินสูงต้องคอยระวังมหันตภัยร้ายที่อาจจะมาทำร้ายเราได้(น่าจะสื่อถึงความไม่ประมาทในการลงทุน)

อาจจะมีการจดตกหล่นไปบ้างแต่คิดว่าน่าจะพอมีประโยชน์กับคนที่ไม่ได้เข้าฟัง ถ้าอย่างไรคอยติดตามทางช่องmoney channel อีกครั้งไม่แน่ใจว่าจะออกอากาศวันที่เท่าไหร่