โต 30% ทุกปี คำการันตีหุ้น AIE

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แม้ไม่ใช่เจ้าของหุ้น IPO น้องใหม่ “เอไอ เอนเนอร์จี” แต่ “อนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์” เอ็มดีใหญ่ พร้อมตะลุยทำงานเต็มสูบ เพื่อเป้าหมายเติบโต

ใครจะรู้!! “จุดกำเนิด” บมจ.เอไอ เอนเนอร์จี หรือ AIE ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลจาก น้ำมันปาล์ม และน้ำมันปาล์มโอเลอีนผ่านกรรมวิธี ตรา “พาโมลา” เกิดเพียงคำเชื้อเชิญสั้นๆของ “ณรงค์ ธารีรัตนาวิบูลย์” เจ้าของ “เอเชียน อินซูเลเตอร์” หรือ AI ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 75 เปอร์เซ็นต์หุ้น AIE และพี่ชายคนโตของน้องชายคนที่ 3 “อนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์” กรรมการผู้จัดการ “เอไอ เอนเนอร์จี”

“ว่างมั้ยมาช่วยทำธุรกิจไบโอดีเซลหน่อย”

บมจ.เอไอ เอนเนอร์จี กดบัตรคิวเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 6 ม.ค.2557 ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก 445 ล้านหุ้น โดยจะขายให้กับ “เอเชียน อินซูเลเตอร์” ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 59.59 เปอร์เซ็นต์ (ตัวเลขหลังขายหุ้น IPO) จำนวน 250 ล้านหุ้น อัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อสิทธิการจองซื้อหุ้น AIE จำนวน 1 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท ราคาหุ้นละ 4.75 บาท

“สิ้นเสียงคำเชิญผมรีบตอบพี่ชายทันทีว่า “ว่างครับ” เพราะธุรกิจโรงน้ำแข็ง โรงงานปลาป่น จังหวัดชุมพร และธุรกิจเคเบิ้ลทีวี ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวลงตัวหมดแล้ว ทุกวันนี้ธุรกิจทุกตัว “กำไร” ไม่มีตัวไหน “ขาดทุน” ตอนปี 2550 เขาให้เราไปดูแค่เรื่องบัญชี ก่อนจะค่อยๆเข้ามาบริหารเต็มตัว “อนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์” เล่าให้ “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week” ฟัง

ตระกูลธารีรัตนาวิบูลย์ มีพี่น้อง 7 คน ธุรกิจดั่งเดิมคือ “ประมง” หลังเรียนจบปริญญาตรี B.A. Economics – Adelphi University, Long Island, NY, USA และปริญญาโท MBA Marshall University, West Virginia, USA ก็กลับมาช่วยงานครอบครัว ด้วยความที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆทำให้แยกตัวออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากธุรกิจแพปลา แต่เมื่อแนวโน้มราคาน้ำมันเริ่มสูงจึงตัดสินใจขายเรือทิ้ง ก่อนจะหันมาทำธุรกิจในปัจจุบัน

ถามถึงโจทย์สำคัญของผู้ถือหุ้นใหญ่หลังบริษัทเข้าตลาดหุ้น? “เอ็มดีใหญ่” เล่าว่า หน้าที่ใหญ่ของผู้บริหาร คือ ต้องขยับส่วนแบ่งการตลาดทั้ง “ธุรกิจไบโอดีเซล” และ “ธุรกิจน้ำมันพืช” ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมาก ถือว่า “โจทย์หินมั้ยละ” เขาถามกลับ แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่บริษัทยังมี “ความโชคดี” เพราะเรามี 2 หลักธุรกิจ หากวันใดธุรกิจไหนไม่ดียังคงมีอีกธุรกิจคอยพยุง ไม่เหมือนบ้างบริษัทที่มีงานทำเพียงงานเดียว เมื่อธุรกิจมีปัญหาจะกระทบทั้งบริษัท

“ชายวัย 59 ปี” การันตีตัวเลขการเติบโตว่า ทุกปีรายได้ต้องขยายตัวปีละ 20-30 เปอร์เซ็นต์ เรามั่นใจทำได้แน่นอน (พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจสุดๆ) ส่วนในปี 2557 รายได้จะเติบโตแบบ “ก้าวกระโดด” แน่นอน โดยจะพุ่งจากระดับ 4,200 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 5,500-6,000 ล้านบาท ผ่านมา 9 เดือนของปี 2556 เรามีรายได้รวมแล้ว 3,010.65 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท

ส่วนในแง่ของ “กำไรขั้นต้น” และ “อัตรากำไรสุทธิ” ขอประเมินของสิ้นปี 2556 ก่อน คาดว่าจะยืนระดับ 7.3 เปอร์เซ็นต์ และ 3.5 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรขั้นต้น 9.16 เปอร์เซ็นต์ และมีอัตรากำไรสุทธิ 4.41 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปี 2557 “อัตรากำไรสุทธิ” น่าจะขึ้นมายืนระดับ 7-8 เปอร์เซ็นต์

ปี 2557 บริษัทจะเน้นบริหารเรื่องต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญมีแผนจะเพิ่มรายได้ด้วยการขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลเป็น 550,000 ลิตรต่อวัน ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการศึกษา เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 950,000 ลิตรต่อวัน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท การผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้ไบโอดีเซลที่ภาครัฐมีนโยบายจะเปลี่ยนจากไบโอดีเซล B5 เป็นไบโอดีเซล B7 ในช่วงต้นปี 2557

การที่เราลงทุนเครื่องจักรใหม่ เพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากกรดไขมันปาล์ม ทำให้สามารถลด ต้นทุนได้ประมาณ 3.75 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล และการลงทุนปรับปรุง กระบวนการผลิตสามารถลดต้นทุนเอทานอลได้ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนวัตถุดิบ ฉะนั้นเชื่อว่าปี 2557อัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นแน่นอน

ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการทำสัญญาขายน้ำมันไบโอดีเซลกับลูกค้ารายใหญ่หลายราย อาทิ บมจ.ปตท. หรือ PTT,บมจ.บางจากปิโตรเลียมหรือ BCP, บมจ.ไออาร์พีซี หรือ IRPC แต่ในปี 2557 ลูกค้ารายใหญ่ของเราจะเปลี่ยนจาก “ปตท.” มาเป็น “บางจากปิโตรเลียม”

เนื่องจากเขามีความต้องการขายน้ำมันไบโอดีเซลในปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 2 ล้านลิตรต่อเดือน เป็น 3 ล้านลิตรต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายเดิม ขณะที่ในปี 2557 คาดว่าจะมีปริมาณการสั่งซื้อน้ำมันไบโอดีเซลรวมประมาณ 10-12 ล้านลิตรต่อเดือน

“เอ็มดีใหญ่” เล่าถึงธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม”ตรา “พาโมลา” ว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า (2557-2559) อยากเห็นส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ วิธีการ คือ รุกการตลาดมากขึ้น ด้วยการนำสินค้าไปวางจำหน่ายในห้างร้านค้าปลีก เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ถึงแบรนด์ของเรา วันนี้ต้องยอมรับว่า การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถทำกำไรได้มากนัก ปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอีน 350,000 ลิตรต่อวัน

บริษัทวางแผนจะเพิ่มการจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอีนเป็น 5,000-6,000 ตันต่อเดือน จากปัจจุบันที่มียอดจำหน่ายประมาณ 3,000-4,000 ตันต่อเดือน โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากการขายน้ำมันไบโอดีเซล 70 เปอร์เซ็นต์ และจากการจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอีน “พาโมล่า” อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้จากกระบวนการหมุนเวียนวัตถุดิบ และการผลิตน้ำมันปาล์ม และการรับจ้างกลั่น น้ำมันปาล์ม

ถามถึง “ปัจจัยความเสี่ยง” เขายอมรับว่า ธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่าง ธุรกิจน้ำมันไบโอดีเซล แม้จะมีทิศทางการเติบโตที่ดี จากการสนับสนุนของภาครัฐบาล แต่ยังมีความเสี่ยงหากพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่มากเกิน เรื่องนี้คงต้องรีบแก้จุดอ่อน แต่การที่เรามีบริษัทย่อย 2 แห่ง คอยสนับสนุนการเติบโต อย่างน้อยช่วยลบจุดตำนิตรงนี้ได้

บริษัทย่อย 2 แห่ง คือ บริษัท เอไอ พอร์ตส์ แอนด์ เทอมินัลส์ จำกัด หรือ AIPT ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการท่าเทียบเรือและคลังน้ำมันเชื้อเพลิง 2 แห่ง ตั้งอยู่ในอำเภอ ท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นอกจากนั้นยังมีบริษัท เอไอ โลจิสติกส์ จำกัด หรือ AIL ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งทางทะเล ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ด้วยเรือขนส่งคุณภาพสูงให้บริการรวม 2 ลำ คือ เรือธารีรัตนา 1 และ เรือธารีรัตนา 3 โดย “เอไอ เอนเนอร์จี” ถือหุ้นในสัดส่วน 99.99 เปอร์เซ็นต์ทั้ง AIPT และ AIL

“นายใหญ่” ทิ้งท้ายว่า จากการเดินสายนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนทั่วไป 15 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระยอง ชลบุรี ราชบุรี นครปฐม เชียงใหม่ นครราชสีมาขอนแก่น อุดรธานี พิษณุโลก นครสวรรค์ อุบลราชธานี ภูเก็ต สงขลา สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ พบว่า ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุน เรียกว่า มากกว่าที่คาดการณ์ไว้
หุ้น AIE เป็นบริษัทจดทะเบียนอีกแห่งที่มีคุณภาพ และมีปัจจัยพื้นฐานที่โดดเด่น เพราะบริษัทมี “จุดแข็ง” ในหลายๆ ด้าน ฉะนั้นขอยกให้เป็นทางเลือกที่ดีต่อนักลงทุน สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นไอพีโอ เราจะนำเงินมาซื้อเครื่องจักร เพื่อผลิตไบโอดีเซล และก่อสร้างถังเก็บน้ำมันความจุ 2 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 6 ถัง

Tags : อนุรักษ์ ธารีรัตนาวิบูลย์

Advertisements