กฎการลงทุน 25 ข้อ ของ ปีเตอร์ ลินซ์

Peter Lynch หนึ่งในนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ผู้จัดการกองทุน Fidelity Magellan ช่วงปี 1978-1990 เขาสามารถสร้างผลตอบแทนทบต้น 29% ต่อปีให้กับกองทุน ถ้าถือกองทุนในช่วงที่เขาบริหาร จากเงินลงทุน 1 ล้านบาท จะกลายเป็น 27 ล้านบาท ในเวลา 13 ปี!

ในหนังสือ Beating the Street ปีเตอร์ ลินซ์ ได้สรุปกฎการลงทุนไว้ 25 ข้อ

1. “การลงทุนเป็นเรื่องสนุก น่าตื่นเต้น และอันตรายถ้าคุณไม่ศึกษาและวิเคราะห์ให้ดี”

2. ความสามารถในการลงทุนของคุณไม่ได้มาจากการฟังผู้เชี่ยวชาญในตลาดหุ้น คุณสามารถได้ผลตอบแทนมากกว่าพวกเขาได้โดย “ลงทุนในบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่คุณมีความเข้าใจเป็นอย่างดี”

3. ถึงแม้ว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักลงทุนมืออาชีพ แต่คุณสามารถจะเอาชนะตลาดได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักลงทุนมืออาชีพ

4. เบื้องหลังหุ้นคือบริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่ “คุณต้องรู้ว่าบริษัทกำลังทำอะไร”

5. ผลประกอบการณ์ของบริษัทและราคาหุ้นอาจไม่มีความสัมพันธ์กันในระยะสั้น แต่ในระยะยาวมีความสัมพันธ์กัน 100 เปอร์เซ็น กุญแจสำคัญคือการถือหุ้นของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ

6. “ต้องมีความรู้ในหุ้นที่คุณถือ และรู้เหตุผลในการซื้อหุ้น” ซื้อเพราะหุ้นกำลังจะขึ้นไม่นับ

7. “ยิงระยะไกล ส่วนใหญ่จะพลาดเป้า”

8. ซื้อหุ้นก็เหมือนมีลูก ไม่ควรมีลูกหลายคนเกินไป คนที่ลงทุนไปด้วยทำงานประจำไปด้วย จะมีเวลาติดตามหุ้นอย่างมาก 8-12 ตัว “ไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเกิน 5 บริษัท”

9. ถ้ายังหาหุ้นที่น่าลงทุนไม่ได้ ให้เก็บเงินไว้ในธนาคารจนกว่าจะหาเจอ

10. อย่าลงทุนในบริษัทที่คุณไม่รู้สถานะทางการเงิน คนที่ขาดทุนมากที่สุดคือคนที่ลงทุนในบริษัทที่มีสถานะทางการเงินที่ย่ำแย่ ควรลงทุนในบริษัทที่มีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน

11. จงหลีกเลี่ยงหุ้นที่ร้อนแรงในอุตสหกรรมที่ร้อนแรง

12. ถ้าจะลงทุนในบริษัทเล็กๆ ควรจะรอให้บริษัททำกำไรก่อน

13. ถ้าคิดจะลงทุนในอุตสหกรรมที่กำลังย่ำแย่ ให้เลือกบริษัทที่จะอยู่รอดผ่านช่วงเลวร้ายไปได้ และให้รอซื้อตอนที่มีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง

14. ถ้าลงทุน $1000 ในหุ้น คุณมีโอกาสขาดทุนสูงสุด $1000 แต่มีโอกาศทำกำไร $10,000 หรือ $50,000 ถ้าคุณมีความอดทน ให้ถือหุ้นของบริษัทที่ดีไม่กี่ตัวก็พอ ไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเกินสิบตัวเหมือนพวกกองทุน “การถือหุ้นที่จะเป็นผู้ชนะเพียงไม่กี่ตัวก็เพียงพอต่อการสร้างผลตอบแทนที่ดีตลอดชีวิต”

15. นักลงทุนที่ช่างสังเกตุ จะสามารถหาบริษัทที่จะเติบโตอย่างยิ่งใหญได้จากสิ่งรอบตัว ก่อนที่นักวิเคราะห์จะค้นพบบริษัทเหล่านั้น

16. ตลาดหุ้นตกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ จงใช้เป็นโอกาสในการซื้อหุ้นดีราคาถูก

17. ทุกคนฉลาดพอที่จะทำกำไรในตลาดหุ้นได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีจิตใจแข้มแข็งพอที่จะไม่ขายหุ้นทิ้งตอนตลาดหุ้นตก ถ้าคุณไม่สามารถทำได้ก็ไม่ควรซื้อหุ้น

18. ในตลาดหุ้นมักมีข่าวที่ทำให้เราวิตกกังวลอยู่เสมอ ให้ขายหุ้นเพราะพื้นฐานเปลี่ยนในทางที่แย่ลง ไม่ใช่ขายหุ้นเพราะมีข่าวไม่ดี

19. ไม่มีใครสามารถทำนายอัตราดอกเบี้ย ทิศทางเศรษฐกิจหรือตลาดหุ้นได้ ไม่ต้องสนใจคำทำนายเหล่านั้น ให้โฟกัสไปทีสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับบริษัทของคุณ

20. ถ้าคุณวิเคราะห์หุ้น 10 บริษัท คุณจะเจอ 1 บริษัทที่ดีกว่าที่คุณคาดไว้ ถ้าคุณวิเคราะห์หุ้น 50 บริษัท คุณจะเจอ 5 บริษัทที่ดีเยี่ยม ตลาดหุ้นยังคงมีหุ้นดีๆที่ยังไม่ถูกค้นพบเสมอ

21. การไม่ศึกษาบริษัทที่คุณลงทุน โอกาศที่จะประสบความสำเร็จมีเท่ากับการเล่นไพ่โปกเกอร์โดยไม่เปิดดูหน้าไพ่

22. เวลาจะอยู่ข้างคุณเสมอถ้าคุณลงทุนในบริษัทยอดเยี่ยมเหนือบริษัทคู่แข่ง ถึงคุณไม่ได้ซื้อหุ้น Walmart ในช่วง 5 ปีแรก แต่ใน 5 ปีหลัง มันก็ยังเป็นบริษัทที่น่าซื้ออยู่ดี

23. ถ้าอยากซื้อหุ้น แต่ไม่มีเวลาศึกษาติดตามหุ้น ควรลงทุนในกองทุนจะดีกว่า เคล็ดลับของการเลือกกองทุน ควรลงทุนในหลายกองทุนที่กระจายไปในหุ้นหลายกลุ่ม เช่น หุ้นเติบโต หุ้นขนาดเล็ก และหุ้นขนาดใหญ่

24. ในบรรดาตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดอเมริกาให้ผลตอบแทนเป็นอันดับ 8 ในรอบสิปปีที่ผ่านมา คุณสามารถใช้ประโยขน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจที่รวดเร็วของตลาดเกิดใหม่ในต่างประเทศ โดยการแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนจะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า

25. ในระยะยาว พอร์ทที่มีหุ้นที่คัดมาอย่างดี จะชนะผลตอบแทนของพันธบัตรหรือเงินฝากประจำ แต่ในระยะยาวพอร์ทที่มีหุ้นแย่ๆ ยังไม่มีทางชนะเงินที่ถูกเก็บไว้ใต้ที่นอน