January 8, 2014 at 12:58pm
“ความจริง 50 ประการ ที่นักลงทุนในตลาดหุ้นพึงสังวรณ์” – The Hekonomist

————————————————————-

1. ประโยคที่ว่า “จงกล้า (โลภ) เมื่อคนอื่นกลัว” นั้น … “พูดง่ายกว่าทำ”

2. การลงทุนในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ใช่ว่าจะเป็นการลงทุนที่เยี่ยมยอดเสมอไป

3. ตลาดมีการปรับฐานย่อยทุกปี และปรับฐานครั้งใหญ่ทุกสิบปี จงใช้ประโยชน์จากมัน

4. คุณไม่สามารถเรียกร้องหาความสมเหตุสมผลใดๆ บนสังเวียนประลองซึ่งเต็มไปด้วยอัจฉริยะด้านการเงินได้ คนส่วนมากล้วนลงทุนผิดพลาดตลอดทั้งปีไม่ต่างกัน

5. ก็อย่างที่ Erik Falkenstein ว่าไว้: “ในการแข่งขันเทนนิสอาชีพ 80% ของการได้แต้มจะมาจากการตีดี ขณะที่ระดับมือสมัครเล่น 80% ของการได้แต้มนั้นมาจากการตีเสีย ข้อเท็จจริงนี้เกิดขึ้นในการแข่งขันทุกวงการ ทั้งหมากรุก มวยปล้ำ หรือแม้แต่การลงทุน ดังนั้น นักลงทุนมือใหม่ควรใส่ใจกับการหลีกเลี่ยงการลงทุนที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ ในขณะที่นักลงทุนมืออาชีพควรใส่ใจกับการตัดสินใจบนทางเลือกที่ดีที่สุด”

6. มีผู้จัดการด้านการเงินมืออาชีพเป็นหมื่นคนบนโลกใบนี้ โดยสถิติแล้ว น่าจะมีหลายคนในจำนวนนี้ที่ประสบความสำเร็จจากดวงล้วนๆ … แต่ว่าจะเป็นใครล่ะ ผู้ที่โชคดีเหล่านั้น? ไม่มีใครรู้หรอก … แต่ถ้าให้เดานะ … ก็คงจะเป็นบรรดากูรูผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายไง

7. ในตำรา เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวของนักลงทุนระดับตำนาน ซึ่งทำผลตอบแทนเอาชนะตลาดได้เกือบตลอดเส้นทางการลงทุนของเขา จนนำมาสู่ความมั่งคั่งมากมาย แต่ในตลาดหุ้น ความมั่งคั่งไม่ได้จำต้องสร้างขึ้นจากผลตอบแทนที่โดดเด่นขนาดนั้น

8. ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ช่วงการเลือกตั้ง หรือช่วงที่ FED กำลังประชุมเพื่อกำหนดนโยบาย นักลงทุนมักตัดสินใจเสมือนตัวเองเข้าใจในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย

9. ยิ่งบรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความหอมหวานมากเท่าไร โอกาสที่นักลงทุนรายย่อยกำลังจะถูกเชือดยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

10. เพื่อให้เป็นการประหยัดเวลา แทนที่คุณจะลงทุนในหุ้นก้นบุหรี่ (Penny Stocks) สู้เอาเงินคุณไปเผาไฟทิ้งเสียเลยดีกว่า การเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มุ่งใช้อนุพันธ์ในการเพิ่มผลตอบแทนก็เช่นกัน

11. ไม่มีใครคนใดในโลกที่รู้ว่าตลาดจะเป็นเช่นไรในอนาคตอันสั้น

12. นักวิเคราะห์คนใดก็ตามที่เล่าให้คุณฟังถึงความผิดพลาดในการลงทุนของเขา นั่นคือนักวิเคราะห์ที่คุณต้องการ

13. ที่คุณอ่านงบดุลของธนาคารยักษ์ใหญ่แล้วไม่เข้าใจ ก็เพราะแม้แต่ธนากรและนักบัญชีที่ทำงบดุลเหล่านั้นยังไม่เข้าใจมันเลย

14. มันจะต้องมีการถดถอยทางเศรษฐกิจสักเจ็ดถึงสิบครั้งในช่วง 50 ปีข้างหน้า เช่นนั้นแล้ว อย่าได้ประหลาดใจเมื่อมันเกิดขึ้น

15. สามสิบปีที่แล้ว โฆษณาในทีวีจะมีเพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน แต่ทุกวันนี้โฆษณากันอย่างน้อย 18 ชั่วโมงต่อวัน เนื้อหาสาระไม่ได้มีปริมาณมากขึ้น หากแต่เป็นเรื่องไร้สาระต่างๆ

16. Warren Buffett ได้ผลตอบแทนมหาศาลเพราะลงทุนในช่วงที่ตลาดมีการแข่งขันน้อยมากๆ จึงเป็นเรื่องงี่เง่าหากใครพยายามที่จะเทียบเคียงผลตอบแทนเฉลี่ย 50 ปีของเขา

17. ในทางทฤษฎี การเรียนรู้เรื่องการลงทุนจากสถาบันการศึกษาเป็นเรื่องไร้เหตุผล เพราะเราไม่ค่อยจะได้เห็นคนรวยมีวุฒิศาสตราจารย์กันสักเท่าไร

18. ยิ่งใครมีเวลาในการออกอากาศทางโทรทัศน์นาน คนคนนั้นยิ่งมีแนวโน้มที่จะทำนายสิ่งต่างๆ ผิดพลาดมากขึ้น (มีหลักฐานเป็นผลการศึกษาของนักจิตวิทยาในการยืนยันข้อนี้ด้วย)

19. ต่อเนื่องจาก ข้อ 18. จงอย่าเชื่อนักวิเคราะห์จาก CNBC ที่ออกอากาศมากกว่าสองครั้งต่อสัปดาห์ (สำหรับบ้านเรา ก็คงประมาณ Money Channel)

20. ตลาดหุ้นไม่ได้สนใจคุณหรอกว่าคุณจะต้องสูญเสียเงิน หรือบ้านไป ไม่แม้แต่จะสนใจฟังราคาหุ้นที่คุณกำลังคร่ำครวญว่าเป็นราคาที่เหมาะสม

21. ข่าวสารต่างๆ ในตลาดหุ้น ส่วนใหญ่นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังอาจทำลายพอร์ตฯ การลงทุนของคุณได้อีกด้วย

22. พวกนักลงทุนมืออาชีพเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพกว่าคุณ และยังมีคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลได้เร็วกว่าคุณอีกด้วย ดังนั้น อย่าคิดที่จะเอาชนะพวกเขาในการเทรดระยะสั้น … อย่า! แม้แต่จะลอง

23. ประสบการณ์ของบรรดาผู้จัดการด้านการเงินที่เอามาอวดอ้าง ไม่ได้บอกอะไรคุณมากนัก เขาอาจจะทำผลตอบแทนแพ้ตลาดมาตลอดอาชีพที่ปรึกษาด้านการลงทุนเลยก็ได้ น่าเศร้า! … ที่ส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้น

24. ค่าคอมฯ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง คือหนึ่งในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับนักลงทุน เพราะมันจะทำให้การซื้อขายเกิดรอบถี่ง่ายมากขึ้น สู้ให้ค่าคอมฯ สูงขึ้นจะได้ทำให้นักลงทุนทั่วไปใช้วิจารณญาณในการซื้อขายมากขึ้นก่อนตัดสินใจจะดีเสียกว่า

25. นักลงทุนมืออาชีพคือหนึ่งในอาชีพที่ประสบความสำเร็จยากที่สุด แต่กลับเป็นอาชีพที่เปิดกว้างให้ใครก็อยู่ในตำแหน่งนี้ได้ และยังไม่ต้องมีหลักฐานมาการันตีความสามารถใดๆ เสียด้วย เลยทำให้พวกเราพบเห็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ด้านการลงทุนอยู่ได้มากมาย ทั้งที่คนเหล่านี้อาจไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เสียด้วยซ้ำ พวกเราลืมข้อเท็จจริงนี้ไป เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ได้พบเห็นใน “ผู้เชี่ยวชาญ” สาขาอาชีพอื่นๆ

26. หุ้น IPO ส่วนใหญ่จะทำร้ายคุณ ลองคิดดูสิ! … ใครบางคนที่มีข้อมูลในธุรกิจมากกว่าคุณ กำลังต้องการเสนอขายธุรกิจนั้นให้คุณอยู่

27. เมื่อใดก็ตามที่ใครสักคนกำลังพูดถึงกราฟ เส้นค่าเฉลี่ย รูปแบบกราฟ H&S หรือแนวต้านต่างๆ … จงรีบเดินหนีให้ห่าง

28. คำว่า “Double-Dip Recession” ถูกกล่าวถึงร่วม 10.8 ล้านครั้งระหว่างปี 2010-2011 ตามข้อมูลของ Google แต่กลับไม่มีใครกล่าวถึงคำว่า “Financial Collapse” ระหว่างปี 2006-2007 ก่อนหน้าวิกฤตเศรษฐกิจเลย

29. ดอกเบี้ยแท้จริงของพันธบัตรฯ สหรัฐอายุยี่สิบปีอยู่ในระดับติดลบ แต่นักลงทุนก็ยังเอาเงินไปจมกับมันอยู่ได้ … “ความกลัวคือแรงผลักดันต่อพฤติกรรม เหนือกว่าตรรกะทางคณิตศาสตร์”

30. หนังสือที่ชื่อ “Where are the Customers’ Yachts?” (หนังสือคลาสสิคที่สะท้อนมุมมองด้านการลงทุน เป็นหนังสืออ่านง่ายและสนุก ใช้ภาษาง่าย ชื่อหนังสือมาจากเนื้อหาข้างในเล่ม ที่ดำเนินเรื่องราวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวนิวยอร์กแล้วหลงไหลไปกับเรือยอร์ชของบรรดาวาณิชธนกรและเทรดเดอร์ต่างๆ จึงเกิดสงสัยว่า “แล้วไหนล่ะ … เรือยอร์ชของลูกค้าของคนเหล่านี้?” หนังสือเล่มนี้พยายามเปิดมุมมองให้กล้าคิดต่างและไม่เชื่อในสิ่งที่โบรคเกอร์พยายามบอก เพราะไม่เคยมีลูกค้าคนไหนที่ร่ำรวยจากการปฏิบัติตามคำแนะนำของโบรคเกอร์ ในขณะที่คนเหล่านั้นรวยเอาๆ) ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1940 แต่คนส่วนมากก็ยังมองไม่ออกว่าที่ปรึกษาทางการเงินเหล่านี้ ไม่มีความจริงใจใดๆ ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าเลย

31. กองทุนรวมดัชนีที่มีค่าธรรมเนียมบริหารต่ำ คือ หนึ่งในนวัตกรรมการเงินที่มีประโยชน์ที่สุดในประวัติศาสตร์ ดูน่าเบื่อแต่ก็งดงามอย่างบริสุทธิ์

32. นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของโลกมีข้อได้เปรียบจากทักษะด้านจิตวิทยามากกว่ากำลังเงิน

33. สิ่งที่นายตลาดทำในแต่ละวันล้วนขับเคลื่อนด้วยโอกาสแบบสุ่ม การพยายามหาเหตุผลมาอธิบายความเคลื่อนไหวของดัชนีในระยะสั้น ก็ไม่ต่างอะไรไปกับการพยายามอธิบายว่าทำไมหวยออกเลขนั้นเลขนี้

34. โดยส่วนมากแล้ว การหาทางที่จะปกป้องเงินออมของคุณ มีความสำคัญมากกว่าการหาทางทำให้มันงอกเงย

35. ถ้าคุณกำลังมีหนี้บัตรเครดิตอยู่ แต่ดันเกิดนึกอยากจะลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ก็ตาม จงหยุดซะ! … คุณไม่มีทางทำผลตอบแทนเอาชนะดอกเบี้ย 30% ต่อปีได้หรอก

36. การประกาศซื้อหุ้นคืนในสัดส่วนมากๆ ถือเป็นเพียงแค่ความพยายามที่จะชดเชยข้อผิดพลาดจากการบริหารทุนของบริษัทเท่านั้น แถมผู้บริหารยังชอบเอาประเด็นนี้มาคุยโว ว่าการซื้อหุ้นคืนก็คือการจ่ายเงินคืนให้กับผู้ถือหุ้นอีกต่างหาก

37. โอกาสที่จะมีบริษัทชื่อดังอย่างน้อยหนึ่งบริษัทกำลังตกแต่งบัญชีหลอกคุณ เพื่อไม่ให้รู้ว่ากำลังจะล้มละลาย มีสูงมาก

38. ต่อให้ผ่านไปอีก 20 ปีข้างหน้า ยามที่คุณมองตลาดหุ้น ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากวันนี้ มีทั้งบริษัทที่ล้มหายตายจากไป และมีบริษัทใหม่ที่ก้าวเข้ามา

39. เมื่อ 20 ปีก่อน ขณะที่ General Motors (GM) กำลังโลดแล่นในฐานะที่เป็นบริษัทที่เจ๋งที่สุดในโลก Apple (AAPL) ก็กำลังถูกปรามาสว่าจะล้มหายตายจากไป เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้กลับตาลปัตรเมื่อเวลาผ่านไปเพียงทศวรรษเดียว

40. นักลงทุนส่วนใหญ่จะรุ่งกว่านี้ หากไม่มัวไปหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวในสภาคองเกรส FED และท่าทีของประธานาธิบดี แต่เอาเวลาไปใช้ในการใส่ใจกับข้อผิดพลาดในการจัดการเงินลงทุนของตัวเอง

41. สำหรับคนส่วนใหญ่ การซื้อบ้านควรจะถูกมองว่าเป็นการสร้างหนี้ก้อนโต หาใช่การลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

42. ตำแหน่งประธานาธิบดีมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจน้อยกว่าแรงศรัทธาของประชาชน

43. ไม่ว่าคุณจะคิดว่าเงินที่เพียงพอสำหรับการเกษียณของคุณเป็นเงินเท่าไร จงคูณสองให้กับตัวเลขนั้นซะ แล้วคุณจะได้สัมผัสกับโลกของความเป็นจริงมากขึ้น

44. เศรษฐกิจถดถอยรอบต่อไปจะไม่เกิดซ้ำกับรูปแบบวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุด เป็นเช่นนี้เสมอ

45. จงจำคำพูดของ Buffett ที่กล่าวถึงเรื่อง “นวัตกรรม” ว่า … “คนแรกที่คิดค้นคือนักประดิษฐ์ คนถัดมาที่ทำคือจอมเลียนแบบ ส่วนคนที่เหลือที่ยังทำซ้ำคือพวกงี่เง่า”

46. จงจำสิ่งที่ Mark Twain พูดเกี่ยวกับ “ความจริง” ไว้ว่า … “คำโกหกสามารถเดินทางไปไกลได้ครึ่งค่อนโลก โดยเล่นบทเป็นข้อเท็จจริง”

47. จงจำสิ่งที่ Marty Whitman พูดเกี่ยวกับ “ข้อมูล” ไว้ว่า … “มีตัวแปรเพียงสามสี่อย่างเท่านั้นที่สำคัญ ที่เหลือคือตัวกวน”

48. ยิ่งพยายามจะควบรวมกิจการให้โตมากเท่าไร โอกาสที่กิจการจะล้มครืนลงก็มากเท่านั้น พวก CEO ชอบที่จะเห็นบริษัทโตเร็วๆ โดยไม่ห่วงเรื่องการลงทุนที่เกินตัว

49. การลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับความเสี่ยง มีจำนวนมากกว่าการลงทุนที่เสี่ยงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลตอบแทน อย่างน้อยๆ ก็สักสิบเท่า

50. หลายครั้ง กิจการที่ผลิตสินค้าทั่วๆ ไปอย่าง ยาสีฟัน อาหาร กลอนประตู สร้างผลตอบแทนระยะยาวได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่กิจการที่เลอเลิศเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรมกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เรียบเรียงจาก “50 Unfortunate Truths About Investing” โดย Morgan Housel, The Motley Fool.
Like