ส่องดวง “ปีม้าไม้” “โหรทศพร” หุ้นผันผวนลุ้นทุกไตรมาส
Source – เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (Th)

Monday, January 06, 2014 11:03

“ปีม้าพยศ” คำนิยาม “หุ้น & เศรษฐกิจ” เมืองไทยประจำปี57 ของ “อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา” “จุดพีท” ไปไกลแค่ 1,500 จุด
แม่นเป๊ะ!! ก่อนจะเริ่มต้นศักราชใหม่ “อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา” นักโหราศาสตร์ชื่อดัง เคยนั่งหัวโต๊ะทำนายตลาดหุ้น “ปีมะเส็ง ธาตุน้ำ” นักษัตรประจำปี 2556 ว่า ตลาดหุ้นมีโอกาสตกอยู่ในอาการ “พุ่งสุด-ลงสุด” กราฟหุ้นอาจเป็นรูปตัวยู แม้จะตกหนัก แต่ไม่หลุดระดับ 1,000 จุด ถ้าขึ้นสูงมีสิทธิทะลุ 1,500 จุด สุดท้ายตลาดสามารถสร้างสถิติสูงสุดที่ระดับ 1,631.27 จุด ณ วันที่ 22 พ.ค.2556
ครานั้น เจ้าของฉายา “ซินแสไฮโซ” ยังระบุอีกว่า หากดูดวงในตำราจีนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 ตำแหน่งของดวงดาวมาทับตำแหน่งเดิมทั้งหมด ทำให้ฮวงจุ้ย “คูณสอง” ด้านดีจะดีสุดๆ มุมร้ายจะแย่สุดๆ ฉะนั้นตลอดปี 2556 ถือเป็น “ปีแห่งความไม่พอดี”
ในมุม “การเมือง” อาจตกอยู่ในอาการ “ไม่เรียบง่าย วุ่นวาย และสับสน” โดยจะเริ่มเห็นเค้าลางตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ผลปรากฏว่า คำทำนายเป็นจริงดั่งตาเห็น หลังมีมวลมหาประชาชนนับล้านคนออกมาขับไล่รัฐบาล
ส่วนในฟากของ “ต่างประเทศ” อาจารย์ช้างยังทำนายว่า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะบุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลนโยบายการเงินของสหรัฐจะมีการเปลี่ยนแปลง โอกาสจะเห็น “เบน เบอร์นันเก้” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตกงานมีสูงมาก เนื่องจากดวงชะตาของเขาชงเต็มๆ เขาเกิด “ราศีพิจิก นักษัตรปีมะเส็ง” วันที่ 13 ธันวาคม 2496
สุดท้าย “เบน เบอร์นันเก้” ประกาศเตรียมก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อหมดวาระในเดือนม.ค.2557
“กรุงเทพธุรกิจ BizWeek” นัดพบ “อาจารย์ช้าง” อีกครั้งบนชั้น 41 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เพื่อฟังคำทำนายเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในปี 2557 “สิ่งหนึ่งที่คาดไม่ถึงและไม่ได้อยู่ในคำทำนายของปี 2556 คือ “มวลมหาประชาชนนับล้านคน” “ซินแสชื่อดัง” พูดถึงคำทายย้อนหลังของปี 2556
ตอนนั้นเรารู้เพียงว่า การเมืองในปี 2556 จะไม่สงบสุข เพราะตามหลักโหราศาสตร์ในเดือนตุลาคมของปี 2556 จะมีดาว 5 ดวงมารวมกันอยู่ในราศีเดียวกัน ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ นั่นคือ เหตุผลแรก ส่วนเหตุที่สอง คือ โดยปกติเดือนตุลาคมของทุกปี มักมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเสมอ ไปย้อนดูประวัติศาสตร์เมืองไทยได้
ด้วยความที่ “ดวงเมือง” ถูกตั้งมาในเดือนเมษายน ช่วงนั้นพระอาทิตย์จะเป็น “มหาอุจจ์” หรือมีกำลังร้อนแรง ขณะที่เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่พระอาทิตย์เป็น “นิจ” หรือไม่มีพลัง เมื่อเมืองไทยเจอเหตุการณ์ 2 เด้ง บ้านเมืองจึงเกิดความวุ่นวายเช่นนี้ ช่วงเดือนตุลาคมของปีก่อนมีโอกาสได้เขียนเตือนให้หลายๆคนมั่นทำบุญในนิตยสาร Oops
“อาจารย์ช้าง” เริ่มต้นเล่าคำทำนายดวงชะตาว่า “ปีม้า ธาตุไม้” เป็นนักษัตรประจำปี 2557 “ผมขอนิยามให้เป็น “ม้าพยศ” ทุกอย่างในเมืองไทยจะอยู่ไม่อยู่นิ่ง และจะเกิดการผันผวน” เพราะปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงของ “ดาวใหญ่ 3 ดวง” เริ่มจากเจ้าประจำเปลี่ยนที่ทุกปี นั่นคือ ดาวพฤหัส เมื่อปลายเดือนพ.ค.2556 ดาวพฤหัสมีการปรับเปลี่ยน จนเป็นเหตุให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างที่เห็น
รองลงมา คือ ดาวราหู ปกติ 1 ปีครึ่งจะปรับเปลี่ยน 1 ครั้ง อีกดวง คือ ดาวเสาร์ หลายคนกลัวดาวดวงนี้ เพราะเป็นดาวแห่งความผิดหวัง ความเสียใจ ความล่าช่า และความสูญเสีย ปกติดาวเสาร์จะใช้เวลาประมาณ 2 ปีครึ่งจึงจะปรับเปลี่ยนสักครั้ง โดยปกติดาว 3 ดวง จะวิ่งเร็วไม่เท่ากัน แต่บังเอิญมาเจอกันในปี 2557
ฉะนั้นจึงเป็น “คำพยากรณ์” ที่ออกมาว่า ความผันผวนเกิดขึ้นแน่นอนในปี 2557 โดยจะเป็นลักษณะ “ถี่และบ่อย” เมื่อเทียบกับปี 2556 เรียกว่า มีเรื่องให้ต้องนั่งลุ้นกันทุกไตรมาส ถือว่า หนักกว่าปีก่อน (หัวเราะ)
ตลอดปี 2557 นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงของดาว 5 ดวงแล้วยังมีอีกปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง 2 ครั้ง” ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ราหูอมจันทร์” ปกติจันทรุปราคาจะไม่เกินเต็มดวงเต็มที่จะเกิดเป็นแค่เงาๆ หรือวงแหวนเท่านั้น เกิดมายังไม่เคยเจอ เชื่อว่านักโหราศาสตร์หลายคนก็ไม่เคยเห็นลักษณะนี้ เขาสบถ
“โหรทศพร” เล่าต่อว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น “ครั้งแรก” ในช่วง “เดือนเมษายน” ถือเป็นการเกิดทับดวงเมือง ตามคำทำนายระบุว่าภายในปี 2557 นักลงทุนจะไม่มีทางได้เห็น SET INDEX ขึ้นไปแตะระดับ 1,700 จุด ขณะเดียวกันดัชนีจะไม่มีทางหลุดระดับ 1,000 จุด เพราะช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนอาจมีแรงหนุนอะไรบางอย่างมาดันให้ตลาดหุ้นเป็นบวก เรียกว่า “ขึ้นล่อแมงเม่า”
แต่หลังเดือนเมษายน กระแสของพระราหูในดวงเมืองจะลดน้อยลง ซึ่งพระราหูเปรียบเหมือน “ต่างชาติ” โอกาสที่เขาจะ “GO HOME” (หัวเราะ) มีสูง เราอาจเห็นต่างชาติหอบเงินในตลาดหุ้นกลับบ้าน หรือเปลี่ยนไปลงทุนที่ตลาดหุ้นอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หากพื้นฐานตลาดหุ้นไทยไม่ดี ฉะนั้นหุ้นไทยหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไปอาจตกอยู่ในอาการ “น่าเป็นห่วง” เต็มที่ 6 เดือนหลังของปี 2557 ดัชนีทำได้ดีแค่ 1,300 จุด
ส่วน “ครั้งที่สอง” จะเกิดขึ้นใน “เดือนมิถุนายน” หลังมีดาว 2 ดวงเปลี่ยน โดยดาวราหูจะย้ายจากราศีตุลย์ไปอยู่ในราศีกันย์ ขณะที่ดาวพฤหัสจะย้ายจากราศีเมถุนไปอยู่ในราศีกรกฎ เมื่อดาว 2 ดวงเปลี่ยนมุมจะส่งผลให้เกิดการ “จัดระบบระเบียบอะไรใหม่ในบ้านเมือง”
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นจะอยู่ “ในเชิงลบ” เพราะประชาชนหลายคนจะไม่เห็นด้วยกับนโยบายต่างๆ และด้วยความที่ดาวราหูเกี่ยวข้องกับการลงทุนอาจส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจเมืองไทยซบเซาอีกครั้ง เพราะดวงเมืองจะได้รับอิทธิพลจากดาวเสาร์แค่ดวงเดียว
“ครั้งสุดท้าย” คือ “เดือนพฤศจิกายน” เมืองไทยจะเริ่มมี “ความคึกคักในเชิงบวก” เพราะพระเสาร์ย้ายออก เพื่อต้อนรับเรื่องดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 เพราะปีหน้าจะเป็นปีแห่ง “การเปลี่ยนแปลงในมุมบวก” ฉะนั้นหน้าที่ของนักลงทุน คือ ต้องเพิ่มเติมความรู้เรื่องการลงทุนหรือเรื่องอื่นๆรอบตัวให้มากขึ้น
ตามคำทำนายระบุว่า “ปีมะแม ธาตุไม้” เป็นนักษัตรประจำปี 2558 เราจะเห็นการนับ 1 ในบทบาทใหม่ๆ เรียกว่า “เป็นปีที่รอคอย” เราอาจเห็นคนในชาติมีความสามัคคีมากขึ้น เพราะเป็นปีที่ “ดาวมฤตยู” ย้ายเข้ามาในดวงเมือง ปกติจะใช้เวลาเป็นร้อยปีกว่าถึงจะย้ายเข้ามา เกิดมายังไม่เคยเห็นเลยอยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร (หัวเราะ) แม้ชื่อดวงดาวจะน่ากลัว แต่ไม่ได้น่ากังวลมากขนาดนั้น
เรื่องแรกที่ทุกคนจะเห็นการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ “เรื่องการเมือง” ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ดีขึ้น ต่อมา คือ “เรื่องเศรษฐกิจ” อาจเห็นในเชิงบวกมากขึ้น แต่จะค่อยๆดีตามลำดับ ฉะนั้นในแง่ของตลาดหุ้นรับรองมี “ความคึกคัก” มากขึ้นไม่เหมือนปี 2556 ที่ดีสุดร้ายสุด การทำนายดวงเมืองในแต่ละปีบางครั้งต้องดูย้อนหลังและอนาคตควบคู่ไปด้วย
“6 เดือนหลังของปี 2558 จะเป็นปี “นาทีทอง” ของนักลงทุน”
ส่วนในฟากของ “ต่างประเทศ” ตลอดปี 2557 ปัญหาต่างๆจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และอาจมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอด แต่ในแง่ของ “ภัยธรรมชาติระดับโลก” อาจไม่ได้ลดน้อยไปกว่าปี 2556 เพราะดาวเปลี่ยนเยอะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมามากมาย ฉะนั้นอาจต้องระมัดระวัง ซึ่งคงคอยเตือนกันมากๆ เพราะอาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน
ถามว่า ในช่วงเดือนมกราคม-เดือนเมษายน นักลงทุนควรซื้อหุ้นกลุ่มไหน? “อาจารย์ช้าง” บอกว่า เนื่องจากปี 2557 เป็น “ปีม้า ธาตุไม้” ซึ่งจะมี 2 ธาตุที่ส่งผลดี นั่นคือ ธาตุไม้ ฉะนั้นนักลงทุนคงต้องเลือกซื้อหุ้นกลุ่มอาหาร และกลุ่มเกษตร ต้นปีน่าจะเห็นความคึกคัก
สุดท้าย คือ ธาตุไฟ ขอให้นักลงทุนเน้นลงทุนในกลุ่มสื่อสาร โทรคมนาคม เทคโนโลยี และมีเดีย ถามต่อว่าหลังจากเดือนเมษายนแฟนพันธุ์แท้ตลาดหุ้นควรปฏิบัติตัวอย่างไรดี “อาจารย์” ตอบทันทีว่า สวดมนต์ทำจิตใจให้สดใส (หัวเราะ) เพราะความคึกคักจะมีอยู่เพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น
เขาบอกว่า “ธาตุไม้” ไม่ถูกกับ “ธาตุทอง” ฉะนั้นนักลงทุนควรระมัดระวังเรื่องการลงทุนในตลาดทองคำ ราคาทองลงไม่เคยกลัว แต่กลัวจะหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ ดังนั้นทองคำในปี 2557 อาจเล่นยากกว่าปี 2556 โอกาสจะเห็นราคาทองคำขึ้นไปสูงๆบอกเลยยากมาก เต็มที่คงวิ่งแถวๆ 1,200 เหรียญต่อออนซ์ เผลอๆในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2557 ราคาอาจต่ำกว่านี้ก็เป็นได้
“ม้ามี 5 ธาตุ” ไล่มาตั้งแต่ “ธาตุน้ำ” คนธาตุนี้จะมีนิสัยนุ่มนวล สนุกสนาน แก้ปัญหาเก่ง และชอบวิเคราะห์ “ธาตุไม้” จะเป็นคนกระตือรือร้น มีความแอคทีฟตลอดเวลา และชอบเป็นที่รู้จัก ชอบเข้าสังคม “ธาตุไฟ” เป็นคนชอบแสดงออก และชอบเป็นผู้นำ “ธาตุดิน” เป็นคนเจ้าระบบระเบียบ ส่วน “ธาตุทอง” จะเป็นนักคิดนักบริหารจัดการ
“ผลของดวงดาวมักมีผลต่อการดำรงชีวิต”
ถามถึงวิธีแก้ไขเบื้องต้น หากนักลงทุนอยากซื้อหุ้นในปี 2557 เขาบอกว่า คุณต้องมีที่ปรึกษาต้องคุยกับคนเก่งเยอะๆ หรือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมากเป็นพิเศษ และนักโหราศาสตร์น่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่นักลงทุนควรฟังไว้บ้าง ที่สำคัญอย่าลืมมีสติ ไม่ใช่มีสติแต่ไม่มีความรู้ เราไม่ได้ลงทุนเพื่อการกุศล (หัวเราะ) ถ้าเรามีทั้งสติและความรู้ รับรองจะมีผลตอบแทนที่ดี
สำหรับใครที่อยากลงทุนในตลาดหุ้นจริงๆ ลองโยกเงินลงทุนไปซื้อหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนต่างประเทศที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลให้น่าจะเป็นทางออกที่ดี เพราะปี 2557 สถานการณ์ต่างประเทศจะเริ่มดีขึ้น ฝรั่งกลับบ้านเราก็ตามไปหาเขาที่บ้าน (หัวเราะ)
อยากให้นักลงทุนปรับ “ค่าความเสี่ยง” ในการลงทุนของตัวเองลงมาสัก 2 สเต็ป ถามว่าควรแบ่งเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นเท่าไรดี เขาบอกว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพอใจของตัวเอง ทุกคนมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน ฉะนั้นตามระดับความเสี่ยงของตัวเองได้เลย
“ปี 2557 ไม่ใช่เวทีของนักลงทุนมือใหม่ ใครที่เพิ่งเข้ามาในตลาดหุ้นเมื่อปี 2556 มีโอกาสจะหายไปในปีนี้ พูดแบบนี้ไม่ได้ห้ามไม่ให้ใครเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพียงแต่คุณต้องมีความรู้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเหยื่อในปีม้าพยศ”
“อาจารย์” เล่าต่อว่า ในตำราไทยและตำราจีน “ปีม้า” จะชงกับ “ปีชวด” เพียงปีเดียว ส่วนปีร่วมชงในตำราไทย คือ “ปีเถาะ,ปีระกา,ปีมะเมีย” ส่วนแบบตำราจีนปีร่วมชง คือ “ปีฉลู,ปีเถาะ, ปีมะเมีย” ปีร่วมชงจะชงในสัดส่วนที่เท่าๆกัน แต่คนเกิดปีชวดจะชงเต็มๆ
สำหรับนักลงทุนที่ชงในปี 2557 อย่าไปดื้อรั้นตามดวง ควรรับฟังไตร่ตรองอย่างมีสติ คนที่ชงชอบอยากลงทุนอะไรแปลกๆชอบไปทำอะไรที่ชาวบ้านไม่ทำ ที่สำคัญต้องมั่นทำบุญ ไม่ได้ทำบุญเพื่อแก้ปีชง แต่ทำบุญเพื่อรับสิ่งดีๆเข้ามา โดยปกติคนที่ชงมักมีความคิดแปลกๆเป็นเรื่องปกติ
หลักฮวงจุ้ยถือเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะจะช่วยเสริมโชคให้กับเรา ตลอดปี 2557 โชคดีมี 2 ทิศ นั่นคือ “ทิศใต้” เป็นทิศแห่งแสงสว่าง ฉะนั้นควรนำโคมไฟสีส้มมาตั้งบนโต๊ะทำงาน และจัดการของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
นอกจากนั้นยังมี “ทิศตะวันตก” เป็นทิศที่โฟกัสเรื่องเงินทอง ฉะนั้นต้องนำสิ่งของที่เป็นสีทอง และสีเหลือง หรือนำสัญญาณรูปเงินรูปทองมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน
ส่วน“ทิศไม่ดี” คือ ทิศเหนือ อยู่แล้วจะออกอาการเซ็งๆ มักเกิดปัญหาวุ่นวายในชีวิต ดังนั้นห้ามไปทุบ ไปขุดหรือเจาะกำแพงในทิศดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาต้องให้ตามแก้
ส่วนปี 2558 จะเป็น “ปีมะแม ธาตุไม้” ซึ่งจะชงกับ “ปีฉลู ปีมะโรง ปีจอ และปีมะแม” แต่น่าจะเป็นการชงที่ดี เพราะธาตุดินหมายถึง “เงิน” หากเงินกับเงินมาชนกันเงินจะกระจายตัวออกมา ถือเป็นเรื่องดี “อาจารย์ช้าง” ปิดท้ายคำทำนาย ———————-
ติดดาวราศี “กันต์-กุมภ์” เด่นเรื่องลงทุน
ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) เป็นราศีที่มีความผันผวนเยอะ ออกแนวเดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน ฉะนั้นจะไปทุ่มเทกับสิ่งที่มีความเสี่ยงมากๆไม่ได้ แต่โอกาสมั่งคั่งร่ำรวยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 มีสูง ส่วนในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2557 ในแง่ธุรกิจอาจถูกโกง และให้ระวังเรื่องเอกสารสัญญา ต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้จริงๆ
ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) มีโชคในเรื่องการเจรจา เช่น ไปเป็นนายหน้า หรือตัวแทนจำหน่าย เป็นต้น อยากให้คนราศีพฤษภโฟกัสเรื่องการเจรจาน่าจะดีกว่าทุ่มเวลาให้กับการลงทุน ถามว่าเล่นหุ้นได้หรือไม่ ทำได้ แต่คุณจะมีโอกาสที่ดีในการทำธุรกิจเดิมและใหม่มากกว่า ข้อควรระวัง คือ ในช่วงสิ้นปี 2557 อาจถูกโกง และต้องระวังปัญหาเรื่องบริวาร
ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค) ที่ผ่านมาราศีเมถุนเจอวิกฤติหลายอย่างในชีวิต แต่ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตลอดปี 2557 ราศีเมถุนจะได้ทำอะไรๆ ต่อจากปี 2556 ความสำเร็จความก้าวหน้า ถือว่าอยู่ในจุดที่ดีมาก ราศีนี้ควรลงทุนในกิจการของตัวเองน่าจะดีกว่า แต่ก็ยังสามารถลงทุนในตลาดหุ้นได้ เพราะเป็นราศีที่มีสติดีอยู่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 ถือว่า เป็นราศีที่ไม่น่ากังวล แต่ในช่วง 6 เดือนหลังของปีมีเกณฑ์ปรับเปลี่ยนงานมากที่สุด
ราศีกรกฎ (17 ก.ค.- 16 ส.ค.) เป็นราศีที่ดวงดีขึ้นเยอะกว่าปีก่อน หลังจากชีวิตต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ถือเป็นราศีที่ดวงดีอันดับต้นหลังเดือนเมษายน ฉะนั้นน่าจะมีข่าวดี เช่น มีการเริ่มต้นใหม่ หรือมีความก้าวหน้าในหน้าที่การเงิน เป็นต้น ราศีนี้ลงทุนในตลาดหุ้นได้ แต่น่าจะเหมาะกับคนที่อยู่ในวัยกลางคนมากกว่า ถือเป็นราศีที่สามารถเอาตัวรอดได้
ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) อาจต้องดูแลในเรื่องของการเงินเยอะๆ เพราะมีโอกาสจะเสียเงินในสิ่งที่ไม่ค่อยอยากเสียเท่าไร โดยจะมีญาติพี่น้องมายุ่งวุ่นวายกับเงินทองของเรา การลงทุนทำได้ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนเมษายน หลังจากนั้นไม่แนะนำ เพราะอาจมีเรื่องปวดหัวเกิดขึ้นเยอะ ห้ามนำเงินอนาคตมาลงทุนเด็ดขาดเรื่องนี้ไม่แนะนำ เพราะเป็นราศีที่มีปัญหาเรื่องการหมุนเงินสูงมาก
ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) เป็นราศีที่มีโชค หากเข้าปีใหม่แล้วให้หาโอกาสไปศึกษาเรื่องการลงทุนมากขึ้น ด้วยการหาหลักสูตรเรียนอย่างจริงจัง เพราะโอกาสที่ดีจะเกิดขึ้นหลังเดือนมิถุนายน แต่ต้องรู้จักสะกดคำว่า พอให้เป็น ถือเป็นราศีแห่งนักลงทุน ปี 2557 “ติดดาว” เรื่องการลงทุนให้ราศีกันย์
ราศีตุลย์ (18 ต.ค.- 16 พ.ย.) เป็นราศีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ หากอยู่ในวงการตลาดหุ้นน่าจะได้อานิสงส์ในเชิงบวกมาตั้งแต่ปี 2556 ไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2557 แต่ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2557 ต้องระวังมากขึ้น เพราะจะมีเรื่องปัญหาความครอบครัวมากวนใจจนทำให้มีปัญหาในเรื่องการลงทุน ส่วนงานประจำดีอยู่แล้ว แต่จะมีความรับผิดชอบมากขึ้น ฉะนั้นควรลงทุนอะไรที่ไม่ต้องนั่งเฝ้าน่าจะดีกว่า อาทิเช่น กองทุน พันธบัตร และตราสารหนี้ เป็นต้น
ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ติดอันดับ “รวยมาก” ในปี 2557 การลงทุนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตร่ำรวย แต่ความก้าวหน้าจากหน้าที่การงานจะทำให้คนราศีนี้มีโอกาสในการหาเงินมากขึ้นมากกว่า ถือเป็นราศีที่มีลุ้นตำแหน่งใหม่ ซึ่งงานใหม่จะส่งผลให้มีความมั่งคั่งมากขึ้น ราศีนี้เป็นคนมองการณ์ไกล ทำให้อาจมีโอกาสทำกำไรจากหุ้นที่เคยซื้อไว้นานแล้ว
ราศีธนู (16 ธ.ค. -14 ม.ค.) ราศีนี้มีโชคลาภมาตั้งแต่ปี 2556 แต่จะมาสะดุดเรื่องสุขภาพในปี 2557 ดวงของราศีนี้จะเหมือนคนหาเงินได้เยอะแต่ก็มีรายจ่ายมากเช่นกัน หากนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้น ถือเป็นเรื่องที่ดี สรุปราศีนี้ไม่ค่อยน่ากังวลมากเท่าไร
ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.) การงานมีความคึกคักมากขึ้น อุปสรรคลดน้อยลง ราศีนี้ในปี 2556 เป็นปีที่แคล้วคลาดจากเรื่องดีๆ แต่ปี 2557 จะสำเร็จสมหวังจากสิ่งที่ตั้งใจ หลังวันสงกรานต์หลายๆเรื่องจะมีความลงตัวมากขึ้น ราศีนี้เด่นเรื่องคำว่า คู่ ฉะนั้นน่าจะมีข่าวดี
ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.- 14 มี.ค.) เป็นราศีดาวรุ่ง โชคจะมาจากที่ไกลๆโดยเฉพาะในต่างประเทศ ฉะนั้นสามารถนำเงินมาลงทุนในต่างประเทศได้ ถือเป็นราศีแห่งเทคโนโลยี และการสื่อสาร เรียกว่า เป็น “ดาวเด่น” ในปี 2557 โอกาสทำกำไรจากหุ้นมีสูง
ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.) เป็นราศีที่ได้รับผลจากพระราหูเหมือนราศีกันย์ โดยจะมีภาระและความรับผิดชอบในชีวิตมากขึ้น โดยรวมถือว่า ดวงดีกว่าปี 2556 ที่เจอแต่เรื่องเซ็งๆ ปี 2557 อาจมีการเปลี่ยนระบบการทำงานใหม่ หรือเปลี่ยนเจ้านายใหม่ๆ ดวงมีการขยับขยายงานสูงมาก ข้อควรระวัง คือ เรื่องคู่รักอาจมีปัญหาในเชิงครอบครัว
“ปีนี้ดวงดาวปรับเปลี่ยนเยอะ ฉะนั้นทุกคนต้องมั่นทำบุญอย่างสม่ำเสมอ เขาย้ำ อย่าทำบุญเฉพาะวันปีใหม่ แต่ต้องมั่นเติมพลังทางจิตใจสม่ำเสมอ เปรียบเหมือนคนที่ออกกำลังตลอดเวลา ทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยนแปลง ร่างกายจะมีภูมิต้านทานที่ดี”
“ตลอดปี 2557 มีเชื้อโรคเต็มไปหมด ฉะนั้นเราต้องสร้างภูมิต้านทานให้ตัวเองมาก”

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com