โลกในมุมมองของ Value Investor 14 ก.พ. 57
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
โอกาสลงทุน

นักลงทุนระยะยาวที่เป็น Value Investor นั้น โดยปกติมักจะไม่ใคร่ทำอะไรกับการซื้อ-ขายหุ้นมากนัก เขาจะ “ขยับ” ก็ต่อเมื่อมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวหุ้นหรือสภาวะแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อตัวกิจการหรือบริษัทจดทะเบียน การขายหุ้นนั้น โดยปกติก็มักจะเกิดจากการที่กิจการมีพื้นฐานที่แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือไม่ก็ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนแพงเกินพื้นฐานอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่ก็เพราะเขาพบหุ้นตัวอื่นที่มี Value หรือคุณค่าดีกว่ามากแต่เขาไม่มีเงินสดในมือที่จะซื้อมันได้ ส่วนการซื้อหุ้นนั้น เขามักจะทำก็ต่อเมื่อเขาพบ “โอกาสในการลงทุน” ในหุ้นของบริษัทที่มีคุณสมบัติดีเด่นในระยะยาวที่มีราคาหุ้นที่เหมาะสมหรือราคาถูกกว่าพื้นฐาน
หุ้นที่มีคุณสมบัติดีเด่นในระยะยาวนั้นควรมีคุณสมบัติหลาย ๆ ข้อที่สำคัญดังต่อไปนี้คือ:
ข้อแรก สินค้าหรือบริการของบริษัทจะต้องมีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ มันเป็นสิ่งที่ลูกค้าเลือกที่จะใช้มากกว่าคู่แข่ง คนใช้รู้สึกมีความภูมิใจหรือมีความรู้สึกที่ดีที่ได้ใช้ ถ้าจะพูดง่าย ๆ ก็คือ มันเป็นยี่ห้อยอดนิยมมานานที่ผู้คนหรือคนที่ใช้ส่วนใหญ่ต่างก็ชอบและมีความเชื่อมั่นในคุณสมบัติของมันจนไม่อยากจะเลือกยี่ห้ออื่นถ้าทั้งสองต่างก็สะดวกที่จะซื้อเหมือน ๆ กัน ประเด็นสำคัญก็คือ ยี่ห้อนั้น ไม่ใช่เพียงแต่เป็นยี่ห้อที่คนรู้จักกันแพร่หลายเท่านั้น แต่ต้องเป็นยี่ห้อที่คนเลือกที่จะซื้อหรือใช้บริการเหนือกว่ายี่ห้ออื่นอย่างชัดเจน นอกจากเรื่องของยี่ห้อแล้ว กิจการที่โดดเด่นที่คู่แข่งต่อสู้ได้ยากก็คือ บริษัทที่สามารถ “ล็อค” ลูกค้าให้อยู่ในมือได้ยาวนานโดยที่คู่แข่งเข้ามาแย่งธุรกิจไม่ได้หรือแย่งได้ยาก อาจจะเพราะว่าบริษัทเป็นรายเดียวหรือน้อยรายที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ให้บริการในกิจการที่เป็นสาธารณูปโภค หรือบริษัทอาจจะควบคุมหรือได้ทำเลของสถานที่ให้บริการที่ดีเด่นกว่าที่คู่แข่งไม่สามารถหาได้แล้วเนื่องข้อจำกัดทางด้านที่ดิน เหล่านี้เป็นต้น
ข้อสอง คุณสมบัติที่ดีเด่นในระยะยาวของกิจการก็คือ มันเป็นกิจการที่ทำกำไรได้สูงวัดจากกำไรต่อยอดขายเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรง และกำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงกว่า 15% ต่อปีต่อเนื่องยาวนาน ยิ่งสูงก็ยิ่งดี
ข้อสาม บริษัทต้องขายสินค้าหรือบริการที่ก่อให้เกิดกระแสเงินสดที่ดี นั่นอาจจะหมายความว่า บริษัทขายสินค้าเป็นเงินสดและจ่ายเจ้าหนี้การค้าเป็นเงินเชื่อระยะยาว บริษัทมีสินค้าคงคลังน้อยเมื่อเทียบกับยอดขายหรือแทบไม่มีสินค้าคงคลังเลยเนื่องจากเป็นงานบริการ บริษัทไม่ต้องลงทุนในการ Maintain หรือบำรุงรักษาทรัพย์สินถาวรที่ใช้ในการให้บริการมากนัก และสุดท้ายก็คือ ถ้าบริษัทขยายงานหรือขยายกำลังการผลิตได้โดยไม่ต้องเพิ่มทรัพย์สินถาวรหรือเพิ่มน้อย แบบนี้ก็จะทำให้กระแสเงินสดของบริษัทดีเยี่ยมขึ้นไปอีก
ข้อสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงก็คือ กิจการยังมีการเติบโตต่อไปอีกยาวนานเนื่องจากตลาดเดิมยังไม่อิ่มตัวและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพกำลังเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนและชัดเจนและจะต่อเนื่องไปอีกนานเนื่องจากตลาดเหล่านั้นจะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากการกำหนดตัวกิจการที่เข้าข่ายเป็นหุ้นดีที่เหมาะสมจะลงทุนระยะยาวได้แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือ รอโอกาสที่จะซื้อหุ้นในราคาที่เหมาะสม ซึ่งโดยปกติมักจะเกิดขึ้นไม่ง่าย เหตุก็เพราะว่าหุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นของกิจการที่คนเชื่อหรือยอมรับกันว่าเป็นบริษัทที่ดี ดังนั้น ราคาหุ้นก็มักจะไม่ถูก ค่า PE ก็มักจะสูงกว่าค่า PE เฉลี่ยของตลาด หรือของบริษัทที่ดีเหมือนกันแต่ไม่ใช่บริษัทที่ดีเลิศ เช่น มีคุณสมบัติดีบางข้อแต่ขาดบางข้อ หรือเป็นกิจการที่กำไรเติบโตเร็วอย่างเดียวแต่ความแข็งแกร่งหรือกระแสเงินสดไม่ดี เป็นต้น โอกาสที่หุ้นชั้นเยี่ยมจะมีราคาลดลงมาจนเหมาะสมที่จะลงทุนนั้นมักจะเกิดจากเหตุการณ์หรือสถานการณ์ดังต่อไปนี้
เรื่องแรกที่มักจะเป็น “โอกาสทอง” ก็คือ เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้บริษัทเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดจากสถานการณ์แวดล้อมหรือเกิดจากความผิดพลาดของผู้บริหารซึ่งทำให้กำไรของบริษัทลดลงมาก บางทีอาจจะถึงกับขาดทุน แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว พื้นฐานของกิจการไม่เปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์นั้นสามารถแก้ไขได้ค่อนข้างแน่นอนในอนาคตไม่ไกลนัก อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นตกลงมามากจนต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ กรณีอย่างนี้ เราต้องไม่รีรอที่จะซื้อหุ้นและถือไว้ อย่างน้อยจนกระทั่งบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้แล้ว
เรื่องที่สองที่มักเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นก็คือ ตลาดหุ้นตกต่ำลงมามากและทำให้ราคาหุ้นของบริษัทที่มีคุณภาพดีเลิศตกต่ำลงไปด้วยจนคุ้มค่าที่จะซื้อลงทุนระยะยาว กรณีแบบนี้ก็เป็นเรื่องไม่ยากที่จะเข้าไปลงทุน เพราะถ้าสภาวะตลาดปรับตัวดีขึ้นแล้ว ราคาหุ้นของบริษัทที่ดีเลิศก็มักจะปรับขึ้นไปด้วย ประเด็นก็คือ ในบางครั้งที่ดัชนีตลาดตกต่ำลงแรงนั้น หุ้นของบริษัทที่ดีเลิศอาจจะไม่ใคร่ตกลงมามากนักเมื่อเทียบกับหุ้นอื่น ๆ ผลก็คือ โดยเปรียบเทียบแล้ว บางทีเราก็อาจจะอยากซื้อหุ้นตัวอื่นมากกว่า โดยอาจจะหวังว่าเมื่อตลาดปรับตัวขึ้น เราจะได้กำไรจากหุ้นตัวที่ปรับลดลงแรงกว่า อย่างไรก็ตาม โอกาสลงทุนหุ้นดีในระยะยาวในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวแรงนั้น เป็นโอกาสที่เกิดได้บ่อยพอสมควรในตลาดหุ้นไทยที่ดัชนีหุ้นผันผวนแรง
เรื่องที่สามที่เป็นโอกาสในการลงทุนในหุ้นสุดยอดก็คือ ในยามที่เศรษฐกิจซบเซาหรือถดถอย ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นซบเซาและราคาหุ้นไม่ไปไหนมานาน ราคาหุ้นที่ดีเลิศเองก็นิ่งมานานและมีแนวโน้มตกลงมาเนื่องจากผลประกอบการที่เติบโตน้อยลงอันเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุนต่อคุณสมบัติของกิจการในประเด็นของการเติบโตของบริษัท ผลก็คือ ค่า PE ของบริษัทปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่หุ้นกำลังร้อนแรง ถ้าเรามองดูแล้วพบว่าเศรษฐกิจในที่สุดก็จะฟื้นตัว การเติบโตของบริษัทจะกลับมาเหมือนเดิมในไม่ช้าอย่างแน่นอนเนื่องจากการขยายตัวของตลาดที่มีศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นแบบเป็นเมกาเทรนด์ ในกรณีอย่างนี้ เราก็สามารถ “ทยอย” ซื้อหุ้นที่มีคุณสมบัติดีที่เราต้องการจะถือยาว เมื่อซื้อครบแล้วก็รอไปเรื่อย ๆ จนกว่าภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจะดีขึ้นและนั่นก็มักจะทำให้หุ้นชั้นยอดปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นอีกครั้งหนึ่ง เราต้องมีความมั่นใจว่า หุ้นของบริษัทที่แข็งแกร่งและมีคุณสมบัติที่ดีมากนั้น จะต้องกลับมาเป็นหุ้นที่โดดเด่นเสมอโดยเฉพาะในช่วงที่ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดีวันหนึ่งวันใดในอนาคต
ผมเองคิดว่า เรื่องที่สามดังกล่าวนั้น กำลังเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ที่หุ้นร้อนแรงมากทำให้หุ้นที่ดีเลิศมีราคาขึ้นไปสูงมากและอาจจะทำให้มีราคาที่ไม่เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว ปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจทำให้หุ้นคุณภาพดีเลิศปรับตัวลง ถ้าบริษัทเหล่านั้นเป็นกิจการที่มีคุณสมบัติครบ ซึ่งรวมถึงการเติบโตที่น่าจะยังไปต่อได้อีกมากโดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัดของไทยที่บริษัทยังไม่ได้เข้าไปอีกมาก ผมคิดว่าบริษัทเหล่านั้นจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเข้าไปซื้อลงทุนระยะยาว ผลตอบแทนที่จะตามมาเมื่อสถานการณ์ต่าง ๆ กลับมาเป็นปกติน่าจะอยู่ในอัตราที่ใช้ได้โดยที่ความเสี่ยงอาจจะไม่สูงนัก