สวัสดีครับ ผมเพียงอยากจะมาแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตให้เพื่อนๆพี่ๆหรือน้องๆได้ฟังกันครับ
จุดเริ่มต้นของการขายของของผมเริ่มจากที่

ตอนอายุ 19 หลังจากชีวิตม.ปลายก็ได้แอดมิชชันติดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน

ใช้ชีวิตอยู่ 1 ปีเต็ม กับสิ่งที่เราไม่ชอบเท่าไหร่ และคิดว่าจะซิ่วตั้งแต่วันที่ก้าวเข้าไป
จริงๆตอนนั้นสอบได้ที่ที่อยากเรียนแล้วครับ วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ

แต่ทางบ้านไม่ให้เรียน (ผมอยากเป็นตำรวจเลยหาทุกลู่ทางที่จะเข้าไปเป็นให้ได้)
หลังจากชีวิตเด็กวิศวะที่เรียนไปวันๆจบไป 1 ปีผมซิ่วมาเรียนคณะใหม่ 

ที่มหาวิทยาลัยย่านบางเขน มหาลัยเดิม แต่เปลี่ยนวิทยาเขต
ทางบ้านได้ออกรถมอเตอร์ไซต์ให้ใหม่คันนึง 

เพราะคันเก่าก่อนจะจบวิศวะปี 1 ผมเอาไปแหกโค้งเบาๆมา คนไม่เป็นไร แต่รถเสียศูนย์นิดหน่อย
พอได้รถคันใหม่มาก็หาข้อมูลเกี่ยวกับของแต่งรถจนได้เข้าไปอยู่ในคลับๆนึงของรถรุ่นนี้

หาความรู้จากพี่ๆเพื่อนๆในคลับ จนมีอยู่วันนึงผมไปได้ของแต่งรถชิ้นนึงมา

ตอนแรกก็โพสลงไปในคลับว่าไปแต่งอะไรมาเพิ่ม ปรากฎมีคนสนใจเยอะ
วินาทีนั้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ ความคิดขายของแว๊บเข้ามาในสมอง

ผมจัดการโพสรายละเอียดลงไป ในโพสตัวเอง
จากนั้นก็เริ่มต้นด้วยการขายสติกเกอร์ขอบล้อติดล้อแมกซ์รถมอเตอร์ไซต์

เชื่อไหมครับ สติกเกอร์ผมรับมา 60 บาท ผมขายชุดละ 90 บาท

ใครให้ส่งปณ.แบบธรรมดา ผมคิด 100 บาท เท่ากับผมเหลือกำไรประมาณ 25 บาท/ชุด
แถมบางครั้งต้องขี่รถไปส่งตามจุดนัดกำไรหักนู่นนี่เหลือ 15 บาท/ชุด
แต่สิ่งที่ผมทำมันไม่ได้แลกมาด้วยกำไรเพียงน้อยนิด

มันแลกมาด้วยการที่คนในคลับเริ่มรู้จัก เริ่มรู้ว่าไอ้นี่มันขายของนะ
ต่อๆมาผมก็เข้าไปคุยกับร้านขายของแต่งใกล้บ้านว่าจะเอาของมาขาย

เค้าก็ยินดี และยอมให้ถ่ายรูปสินค้าแบบไม่แกะห่อ 

(มารู้ทีหลังราคาที่เค้าให้มามันสูงมากสำหรับเอาไปขายต่อ)
ผมก็เริ่มลงขายสินค้าอย่างอื่นลงขายเฉพาะในคลับ 

เอารูปมาลงพอมีออเดอร์ ค่อยไปเอาของ

ช่วงแรกมีลูกค้าผิดนัด สั่งแล้วไม่เอา ก็ต้องทำโปรลดราคากันไประบายของ

ช่วงแรกเหนื่อยมาก ขี่รถกลับบ้านจากม.เกษตร ไปแมคโครลาดพร้าวตรงตะวันนา

ไปส่งของที่ได้กำไร 15 บาท
แต่ก็นั่นล่ะเราอยากให้คนรู้จัก ต้องยอมเหนื่อยหน่อย
พอมาช่วงกลางๆขายได้สัก 2-3 เดือน เริ่มสต็อคสินค้าที่ขายดีไว้ทีละชุด

เพื่อที่จะให้การขายราบรื่นไม่ต้องบอกลูกค้าว่ารอเช็คของ 

บางทีลูกค้าก็ขาดการติดต่อไปเลย อีกอย่างเวลาออกจากบ้าน

ก็ไม่มีมือถือสำหรับ ตอบเฟซกลุ่ม
ช่วงแรกเดือนๆนึงขายได้ 1,000 ก็เก่งแล้ว ความคิดตอนนั้นขอแค่เก็บเงินฝากประจำได้เดือนละ 1-2000 ก็พอ

อ้อลืมบอก ตอนเรียนวิศวะ 1 ปี ผมมีเงินเก็บอยู่ 30,000 บาท กลับมาเปิดบัญชีฝากประจำแบบรายปี ทิ้งไว้
พอขายไปได้สัก 3-4 เดือนก็มีประกาศจากกลุ่มว่าห้ามลงขายของถ้าไม่ติดแบนเนอร์

ตอนนั้นการติดแบนเนอร์ยังต้องเสียเงินรายเดือนให้ทางเว็บคลับ
ผมจึงจำใจต้องมาสร้างเพจในเฟซบุ๊คขายของซะเอง

จึงเริ่มปรับปรุงรูปสินค้าที่ถ่ายให้ดูดีขึ้นแต่งภาพให้ดูแล้วน่าสนใจ

เริ่มสร้างเพจของตัวเอง แรกๆตื่นเต้นกับยอดไลค์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆมากๆ
เริ่มขายได้เหมือนมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่ก็นั่นล่ะ สินค้ายังน้อยและยังได้มาในราคาสูงอยู่

ผมจึงลองหาร้านขายของแต่งที่ใหม่ (ซึ่งในตอนหลังเจ้าของร้านทั้งพี่ผู้ชายและพี่ผู้หญิงมีบุญคุณต่อผมมากๆ)
จนได้ที่ใหม่ซึ่งส่งของผมในราคาที่ต่ำกว่าที่เก่าแบบมากๆ บางอย่างนี่ 40%

แต่ผมก็ยังรับของกับที่เก่าอยู่บ้างนะครับ เพราะบุญคุณเริ่มแรกที่เค้าให้ผมมาผมไม่เคยลืม
เวลาผ่านไป 4-5 เดือน ผมเริ่มเข้าที่มีคนมาสั่งของอยู่ไม่ขาดแต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

ส่วนภาพสินค้า พี่เจ้าของร้านที่ใหม่ เมตตาให้ผมยืมของมาก่อนโดยแกะห่อถ่ายรูปได้ตามสบาย
นี่ล่ะครับผมได้เจอคนดีดีที่ให้โอกาสเด็กที่คิดเริ่มต้นธุรกิจอย่างผมเป็นโชคดีของผมเหลือเกิน
การค้าขายยังดำเนินต่อไปผมรับของเพิ่มมากขึ้นหลากหลายประเภทที่ใส่เฉพาะรถรุ่นเดียว
สาเหตุที่เลือกขายเฉพาะรุ่นเพราะผมมองดูแล้วว่า เราสามารถเจาะกลุ่มตลาดได้ง่าย

ซึ่งมันไม่กว้างเกินไป จนอาจทำให้เกิดปัญหาการสต็อคของที่จำนวนเยอะๆหลากหลายประเภท
เราเจาะเข้ากลุ่มตลาดรุ่นนั้นๆและลูกค้าจะเกาะติดเราไปตลอด เช่นทุกวันนี้

40 % ของยอดสั่งซื้อในปัจจุบันเป็นลูกค้าเก่าที่เคยซื้อขายกัน เนื่องจากผมมีการเพิ่มสินค้าเรื่อยๆ

แต่ก็ยังใช้แนวทางเดิมคือ เจาะเฉพาะตลาดกลุ่มนั้น ไม่กว้าง แต่เจาะลึก

ครอบคลุมสินค้าเกือบทุกประเภทที่เป็นของแต่งรถรุ่นนั้น
ถามว่าผมเรียนบริหารมาไหม หรือเรียนการตลาดมาไหม ตอบได้เลยว่าไม่

แต่สังคมสภาพแวดล้อม รวมทั้งเว็บพันทิบ ทำให้ทัศนคติ แนวทาง ของผมไม่ตัน
เพราะเราเรียนรู้จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นได้หมด 

ถ้าคนเราสนใจอะไรแล้วผมคิดว่ายังไงเราก็ทำสำเร็จแน่นอน
สิ่งที่ทำให้ยอดขายผมต่อเนื่องตลอดคือ สมาร์ทโฟน 

เพราะเราสามารถตอบลูกค้าได้ทันท่วงทีและทุกที่ 

ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เลิกเรียนแล้วค่อยกลับไปตอบ ลูกค้าก็ไม่ค่อยชอบ

เพราะไม่รวดเร็ว ถามทีรอเป็นวัน 
แล้วผมเอาเงินที่ไหนมาซื้อสมาร์ทโฟน ?

ตอบ ยังจำได้ไหมครับช่วงต้นที่ผมบอกผมฝากเงินแบบฝากประจำเป็นก้อนไว้จำนวนหนึ่ง

ผมศึกษาจากในพันทิบว่า มีการทำบัตรเครดิตของธนาคาร SCB ที่ใช้แค่เงินฝากค้ำประกันไว้

ภาษาแบงก์เรียก จำนองหรืออะไรนี่ล่ะผมลืมละครับ 
ผมดำเนินเรื่องเลย เพียงแค่ 2 วันทางธนาคารเรียกเอกสารเพิ่มเติม

และหลังจากนั้นอาทิตย์กว่าๆทางธนาคารอนุมัติบัตรครดิตมา ให้ผม

รอบัตรอยู่หลายอาทิตย์ธนาคารก็เรียกให้ไปรับบัตร
ทุกคนอาจจะงงทำไมผมไม่ถอนเงินสดออกมาซื้อไปเลยหมดเรื่อง ?

ตอบ เพราะผมวางแผนไว้ครับ 

ผมเอาบัตรเครดิตมาถือไว้ และยื่นเรื่องขอผ่อน 0% 10 เดือน

เหตุผลเพราะผมอยากเก็บเงินก้อนไว้ยามฉุกเฉิน 
และผมเจียดรายได้กำไรจากแต่ละเดือนไปผ่อน เห็นไหมครับ

ดอกเบี้ยก็ไม่เสีย แถมยังมีของไว้ใช้ และเงินก้อนก็ยังอยู่
ถึงแม้ขั้นตอนการถอดจะยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่เงินเราก็ยังอยู่ครบใช่ไหมครับ ?

หลังจากนั้น ยอดขายผมพุ่งขึ้นกว่า 50% จากเดิม

เพราะการถามตอบที่รวดเร็ว ทันใจ 

เพราะการมีผู้ใหญ่ใจดีมอบโอกาสและความเมตตาให้ผม

เพราะความมุ่งมั่น ตั้งใจ 

เพราะความใฝ่ดี
บางทีผมก็มีความคิดอยากจะเที่ยวเหมือนวัยรุ่นรุ่นราวคราวเดียวกัน

แต่ที่บ้านผมไม่ได้ร่ำรวยถึงขนาดเอาเงินไปละลายกับน้ำชารสขมคอ หรือเอาไฟมาเผากระดาษมวนเล่น
ออกไปเที่ยวผับเที่ยวร้านเหล้าตอนกลางคืน
เวลากลางคืนที่เด็กรุ่นเดียวกับผมใช้ชีวิตไปกับแสงสีเสียง

เป็นเวลาที่ผมนั่งตอบลูกค้านั่งสรุปยอดแต่ละวัน นั่งแพ็คของส่งวันต่อไป
จากเมื่อก่อนที่ผมใช้เงินแบบไม่รู้คุณค่า มาวันนี้การคิดก่อนซื้อ มันเกิดขึ้นกับผมโดยไม่รู้ตัว

เพราะเงินเราหามาเองได้ ผมอาจจะต้องอาศัยเงินรายสัปดาห์ของทางบ้านเหมือนเดิม
แต่กิจกรรมนอกเหนือจากนั้นทั้งในมหาลัยและอื่นๆที่ต้องจ่ายเพิ่ม ผมสามารถจ่ายมันได้ด้วยเงินของผมเอง
จนปัจจุบันรายได้ของผมบางเดือน เช่นเดือน มกราคมที่ผ่านมา รายได้ 30,000 กว่าบาท

อย่างเดือนนี้ ก.พ. ผ่านไปครึ่งเดือน ได้ 10,000 ปลายๆ พอใจแล้วครับสำหรับ อายุเท่านี้
แต่อยากให้น้องๆวัยม.ปลายหรือที่กำลังจะขึ้นมหาลัย

ไม่ท้อครับ ชีวิตมีอะไรมากกว่าในห้องเรียน
ในอนาคตผมคงต้องเริ่มหาอะไรใหม่ๆบ้างแล้ว เพราะการย่ำอยู่กับที่นานๆ

มันช้าเกินไปสำหรับยุคนี้สมัยนี้ ^^

มันก็เหนื่อยนะครับ ทั้งเรียนทั้งทำงาน 

ปัจจุบันผมรับซ่อมคอมอยู่ที่บ้าน

              ขายของแต่งรถมอเตอร์ไซต์ผ่านทางเน็ต

เรียนอยู่ปีที่ 2 ม.เกษตร (กำลังขึ้นปี 3)

เรียนรามคำแหงรหัส 55 หน่วยกิตรวม 90 หน่วยกิต คณะรัฐศาสตร์
ความฝันผมไม่ทิ้งครับ ผมยังมุ่งมั่นทำตามฝันที่จะเป็นตำรวจเหมือนเดิม

แต่ระหว่างทางของความฝัน แต่ละคนมีหนทางต่างกันไป 
ผมได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายในชีวิต ที่หาไม่ได้จากห้องเรียน
ม.เกษตร ผมเรียนให้พ่อแม่ เพราะเป็นมหาลัยปิด

ม.ราม ผมเรียนเพื่อความฝันของตัวเอง เพื่อตัวเอง

ขายของผมทำเพื่อเก็บประสบการณ์สั่งสมเงินไว้ทำกิจกรรมในอนาคต ที่อาจยังมองไม่เห็น
ขอบคุณพื้นที่เล็กๆในนี้ที่สอนและแนะแนวทางการใช้ชีวิตให้ผม ได้

ความรู้ความสำเร็จส่วนหนึ่งของผมมาจากในนี้ล่ะครับ พันทิบ ^^