วิธีการเก็งกำไรหุ้น

1. รับความเสี่ยงสูงได้ และคิดให้ไว ทำให้ไว ใจก็ต้องถึงด้วย

ความเสี่ยงต้องรับได้สูงหน่อย ถ้ารับความเสี่ยงสูงไม่ได้ อย่ามาเก็งกำไร ให้ไปเล่นหุ้นโดยใช้แนวคิดแบบลงทุนดีกว่า คนที่เก็งกำไรได้ดี คือเขาพร้อมจะ cut loss ทันที เมื่อรู้ว่าเข้าพลาดจังหวะ การ cut loss นี่แหล่ะที่บอกว่าคุณรับความเสี่ยงได้สูง เมื่อรับความเสี่ยงสูงได้ ก็ต้องคิดให้ไว ทำให้ไวด้วย ช้าๆมันจะไม่ทันคนอื่น
2. วอลุ่มสำคัญมากๆๆๆ

การเก็งกำไร ต้องยึดที่วอลุ่มเป็นหลัก หุ้นที่ไม่มีวอลุ่มเข้ามาเล่น อย่าไปเก็งกำไรเด็ดขาด เสียเวลา เพราะเจ้ามือเขายังไม่ได้เล่น และไม่รู้จะเล่นเมื่อไหร่ ให้ไปเก็งตัวที่มีวอลุ่มเข้า ซึ่งหมายถึงเจ้าหุ้นตัวนั้นกำลังทำเกมส์ดีกว่า
3. อย่าเกี่ยงเรื่องราคา

บางคนเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาแรงๆ ก็ไม่กล้าเข้าไปเล่น เหตุผลคือเพราะซื้อไม่ทันปล่อยไปดีกว่า (แต่พอตอนถูกก็ไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวจะไม่ขึ้นหรือไม่ก็กลัวมันจะลงได้อีก พอมันวิ่งขึ้นมาก็ไม่กล้าซื้อ เพราะว่าแพงไป จะเอายังไงแน่ ?) การเก็งกำไรนั้น อย่าไปหวังซื้อให้ต่ำที่สุด แล้วไปขายสูงที่สุด

หัวใจของการเก็งกำไรคือ เข้าไปเล่นเมื่อมีสัญญาณการเก็งกำไรเข้ามา และต้องขายออกมาในอีกไม่นาน พร้อมกับเอากำไรให้ได้ สมมติว่าหุ้นตัวนั้น จะวิ่งจาก 1 บาทไป 5 บาท คุณก็อย่าไปแคร์เพื่อซื้อ 1 บาทหรือกะขายตรง 5 บาท คุณแค่เอากำไรจากตรง 2 3 4 ให้ได้ก็เป็นพอ
4. ไปเรื่อยๆ อย่าชอบกินของเดิม

การเก็งกำไรต้องพเนจรไปเรื่อยๆ เหมือนจอมยุทธ์หนังจีน เข้าไปเก็งตัวไหนได้แล้วก็จงออกมา แล้วก็หาไปเรื่อยๆ ในตลาดหุ้นจะมีการเก็งกำไรหุ้นอยู่เสมอ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีให้เก็ง ยกเว้นเสียว่าคุณจะหมดโอกาสเสียก่อน เพราะไปติดหุ้นแล้วออกไม่ได้
5. เช็คข่าวเสมอ

หุ้นที่เก็งกำไรขึ้นมา มันต้องมีข่าวสนับสนุน ไม่ข่าวใดก็ข่าวหนึ่ง ต้องเช็คให้ดีๆ จะได้ไม่อยู่หลังเขา เช็คข่าวไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร เข้าเว็บ http://www.ryt9.com แล้วพิมพ์ค้นหาตรงมุมขวาบนก็ได้ หรือจะเช็คจากที่อื่นก็ได้หุ้นอะไรที่มีการเก็งกำไรเข้ามา มักจะมีข่าวออกมาส่งเสริมอยู่เสมอ การมีข่าวออกมาช่วย หากข่าวนั้นสามารถต่อยอดได้อีกนาน หุ้นตัวนั้นก็สามารถเก็งกำไรได้เรื่อยๆด้วย แบบว่าเล่นได้เรื่อยๆ
6. เปลี่ยนหุ้นในหน้าจอบ่อยๆ

นักเก็งกำไรต้องกระฉับกระเฉง หน้าจอของคุณต้องสับเปลี่ยนหุ้นที่มีสัญญาณการเก็งกำไรเข้ามา เพื่อดึงมาดูอาการหุ้นตัวนั้นว่าน่าเข้าไปเก็งกำไรหรือเปล่า มันจะดีมาก หากก่อนเข้าไปเก็งกำไรตัวนั้น คุณได้นั่งดูอาการหุ้นสักหน่อย
7. ตลาดเปิดเช้า เหมาะกับการขายมากกว่าซื้อ

แน่นอนครับ ถ้าผมเก็งกำไรหุ้นของวันก่อนหน้า แล้ววันถัดมาหุ้นตัวนั้นเปิดโดด ผมก็พร้อมจะขายให้สำหรับคนมาซื้อตอนเช้า เอาไปเลยพวก แต่ละวันตลาดเปิดให้เทรด 4 ชั่วโมงครึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องไปซื้อราคาเปิดให้คนที่ซื้อวานนี้เขาได้กำไรหรอก รอให้ตลาดเปิดออกมาเพื่อดูอาการหุ้นก่อนก็ได้ เห็นเสือไหม เวลามันจะล่าเหยื่อ มันจะคอยดูก่อนเข้าล่า เก็งกำไรหุ้นก็เหมือนกัน ดูให้ชัดๆก่อนเข้าไปลุย
8. ก่อนปิดเที่ยง ดูว่ามีตัวไหนน่าสนใจ

หลังจากตลาดเปิดเช้า ดูไปเรื่อยๆ หุ้นตัวไหนที่เหมือนมีสัญญาณพร้อมกับวอลุ่มเข้ามา ก็ดึงมาอยู่หน้าจอ หากช่วงใกล้เที่ยง มีแรงไล่เข้ามา นั่นอาจเป็นการนำเอาหุ้นตัวนี้ไปเล่นต่อในตอนบ่ายหรือวันถัดไป จังหวะการเข้าไปเก็งกำไรก่อนปิดเที่ยงน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
9. ช่วงปิดเที่ยงก่อนเปิดเทรดบ่าย

เพราะหน้าที่การเก็งกำไร คือต้องหาหุ้นที่มีสัญญาณการเก็งกำไรเข้ามา นั่นก็คือหุ้นที่มีวอลุ่มเข้ามาอย่างมีนัยยะ และมีการไล่หุ้นขึ้นมา ดังนั้น อย่าลืมกดดูหน้าจอ Most Gainers เพื่อดูรายชื่อหุ้นที่บวก และต้องเน้นไปยังหุ้นที่มีวอลุ่มเข้ามาเป็นพิเศษด้วย เพื่อจะได้จับตาดูเหล่านั้นในตอนบ่าย เป็นการทำการบ้านก่อนตลาดเปิดบ่าย
10. ช่วงบ่ายๆจนถึงเย็น

บ่ายๆไปถึงเย็น หากเจ้ามือจะไล่หุ้นเพื่อเอาไปเล่นต่อในวันถัดไป ก็ต้องดูช่วงนี้แหล่ะ หุ้นที่จะเอาไปเก็งกำไรในวันถัดไป มักจะมีการเก็งกำไรขึ้นมาก่อนแล้วในวันก่อนหน้าอยู่เป็นประจำ
11. ซื้อขายภายในวันได้ยิ่งดี

ซื้อและขายจบภายในวัน ความเสี่ยงไม่มี ไม่ต้องไปลุ้นในวันถัดไป แบบนี้เรียกว่าดีไหม?
12. หุ้นขึ้นแรง แต่วอลุ่มไม่เด่นก็ไม่น่าสน

ระวังให้ดี มันมีพวกอีแร้งอีกา ที่รวมกลุ่มกัน แล้วก็ทำการลากหุ้นอย่างไวๆ พอแมงเม่าที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กระโจนเข้าไป ก็โยนขายออกมา เพราะก่อนหน้านี้ คนพวกนี้จะเข้าไปเก็บหุ้นไว้แล้วระยะนึง ดังนั้น หุ้นที่น่าเก็งกำไรและค่อนข้างจะเก็งจริงๆจังๆ คือต้องมีวอลุ่มมากเป็นพิเศษ เช่น หุ้นราคาไม่ถึงห้าบาท ก่อนหน้าไม่มีวอลุ่มอะไรมากนัก เทรดวันละ 1-2 ล้านบาท แต่จู่ๆมีวอลุ่มเข้ามาวันเดียวระดับร้อยล้านหรือใกล้เคียง แบบนี้ น่าเข้าไปเก็งกำไรตามมากกว่า
13. เมื่อไหร่ที่รู้ว่าเข้าผิดจังหวะก็ต้องกล้า cut ออกมา

คนเราไม่ได้ทำถูกไปทุกอย่าง บทจะพลาด ก็ต้องไหวตัวออกมาก่อนนะครับ เช่น อาจจะยอม cut 3-5% แต่คุณจะได้

14. หุ้นที่เก็งเข้ามาแบบสดๆซิงๆ การไล่หุ้นขึ้นมาในช่วงแรกเป็นจังหวะที่น่าเก็งด้วยมากที่สุด

หุ้นที่แต่ก่อนเงียบๆ จู่ๆมีการเก็งเข้ามา วอลุ่มก็มาโดดเด่นด้วย มันจะเป็นการเก็งกำไรขาแรกเพื่อจะดึงขึ้นไปให้ถึงระดับหนึ่ง จากนั้นค่อยปรับตัวลงมา จำไว้ว่าไม่มีหุ้นอะไรที่ลากขึ้นไปเป็นเส้นตรง โดยไม่มีการปรับตัวเลย การเก็งกำไรที่น่าสนใจนั้น เข้าไปลุยในช่วงขาแรกเพราะช่วงนี้ หุ้นกำลังสดๆซิงๆ เช่น หุ้นตัวนึง เริ่มลากจาก 1 บาท เจ้าอาจจะลากแรงๆไป 1.50 ก่อนจะปล่อยให้พักฐาน หรือประเภทลากหุ้นวันแรกให้ชนลิ่ง (+30%) พวกนี้ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะโดยส่วนใหญ่ จะมีการเล่นขึ้นไปอีก ไม่จบเกมส์ง่ายๆ ดังนั้น อย่าไปกลัวว่าราคามันจะแพงไป เพราะการเก็งกำไร หัวใจมันอยู่ตรงการมีสัญญาณการเก็งกำไร อย่างที่บอกไป หากหุ้นตัวนี้จะลากจาก 1 ไป 5 คุณไม่ต้องไปหวังซื้อที่ 1 หรือขายที่ 5 คุณไปเอาช่วง 2 3 4 ก็ได้
15. กราฟดูบ้าง เพื่อหาแนวรับแนวต้าน แต่สำคัญกว่าคืออาการของหุ้นที่ซื้อขายภายในวัน

กราฟสวยงาม สัญญาณชี้พร้อมว่าซื้อ แต่ถ้าเจ้าไม่เล่นด้วย มันก็ไม่มีความหมาย ดังนั้น วอลุ่มที่โดดเด่นและอาการหุ้นที่ลากสู้ๆ แบบนี้น่าสนใจกว่า
16. พยามเก็งตอนเจ้าไล่หุ้น เข้าไปอยู่ในช่วงนั้นให้ได้

บอกเลยว่าหุ้นทุกตัวมีเจ้า เจ้าเขาเล่นเมื่อมีวอลุ่ม นอกจากมีวอลุ่มแล้วก็ต้องลากด้วย แบบนี้น่าเข้าไปเก็งตามเจ้าได้
17. ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา หุ้นที่ถูกเก็งกำไรขึ้นมาเล่นก็เช่นเดียวกัน

อย่าไปเพ้อฝันว่ามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะนั่นแสดงว่าคุณกำลังโลภเกินไป มีกำไรที่พอเพียง คุณต้องออกมา แล้วไปเก็งตัวใหม่ เจ้ามือก็ต้องการกำไร คุณก็ต้องการกำไร ดังนั้น เกมส์จบก็ต้องออกมาซะ ไม่มีเจ้าคนไหนมาลากหุ้นโชว์โดยไม่แสวงหากำไร เขามีต้นทุนในการทำ เขาก็ต้องเอากำไรเหมือนคุณที่เข้าไปเก็งกำไรกับเขา ได้แล้วก็ต้องออกมา
18. ตลาดมีให้เก็งกำไรตลอด ไม่ว่าจะตลาดดีหรือไม่ดี ดังนั้นก็จงทำตัวเหมือนเป็นจอมยุทธ์พเนจร เก็งกำไรไปเรื่อยๆ
ขอให้มีความสุขกับการเก็งกำไรและจงเอากำไรอย่างพอเพียง แล้วคุณจะอยู่ได้ในฐานะนักเก็งกำไรในตลาดหุ้นที่สร้างสีสันให้กับวงการนี้