⭐วิธีใช้ MACD ในการหาจังหวะเข้าซื้อหรือขายหุ้น
📌 การเริ่มต้นที่จะศึกษาทิศทางระยะสั้นของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในตอนเริ่มต้นนั้นค่อนข้างยากพอสมควรและมันจะยากที่สุดถ้าคุณไม่รู้จักเครื่องมีที่สามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ได้ ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงหนึ่งใน Indicator ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่ Technical analysis นั้นก็คือ Moving Average Convergence Divergence หรือ (MACD) ชื่ออาจจะอ่านยากและดูวุ่นวายไปนิดสำหรับมือใหม่แต่ไม่ต้องตกใจครับ วิธีการใช้งาน MACD นั้นค่อนข้างง่ายกว่าที่คิด พร้อมทั้งอาจนำมาซึ่งพลังในการวิเคราะห์ที่คุณคิดไม่ถึงก็เป็นได้…
📌 ย้อนรอย MACD
สิ่งที่ทำให้ MACD นั้นเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายเพราะว่า MACD นั้นสามารถช่วยในการหาการเติบโตของทิศทางหรือเทรนด์ระยะสั้นได้ แต่ก่อนที่เราจะกระโดดเข้าไปสู่วิธีการใช้ MACD นั้นผมอยากให้ทุกคนมาทำความเข้าใจในเรื่องของ
ยกตัวอย่างจากกราฟด้านล่างนักลงทุนจะจับตามอง เส้นราคาเฉลี่ย ระยะสั้น EMA12 (สีน้ำเงิน) ตัดเหนือ เส้นราคาเฉลี่ยระยะยาว EMA26 (สีแดง) เป็นสัญญาณของแนวโน้มที่จะเป็นขาขึ้น การตัดกันในลักษณะนี้หมายถึงราคาในช่วงที่ผ่านๆ มานั้นได้มีอัตราการขึ้นเร็วกว่าในอดีต ดังนั้นผู้ที่จับสัญญาณได้และมั่นใจก็จะเริ่มต้นเข้าไปซื้อหุ้นที่จุดนี้ ส่วนอีกแบบนึงก็คือการที่ เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว นั้นก็หมายความว่าเป็นการที่อัตราการลดลงของราคานั้นลดลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรจะพิจารณาว่าจะขาย หรือ จะถือหุ้นตัวนั้นต่อไปดีหรือไม่
📌 ดัชนีชี้วัด MACD
หากสังเกตุจากกราฟด้านบนจะเห็นได้ว่าเส้นทั้งสองเส้นที่เป็นเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวและเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นนั้นค่อยๆ แยกออกจากกันเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้น MACD จึงถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างจากค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น โดยการนำเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเป็นตัวตั้งและลบด้วยเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว ก็จะได้เป็นเส้น MACD โดย ระยะเวลาของเส้นค่าเฉลี่ยของแต่ละเส้นนี้ก็สามารถปรับได้แล้วแต่กลยุทธ์ของแต่ละคน โดยส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนทั่วไปจะใช้ค่า EMA12 และ EMA26 เป็นหลัก
หากค่า MACD ที่ได้ออกมาเป็น บวก นั้นหมายความว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น สูงกว่า เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยอาจเป็นสัญญาณของหุ้นขาขึ้นด้วย ซึ่งนักลงทุนอาจจะพิจารณาว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่จุดที่ทำกำไรควรจะรอสัญญาณที่ชัดเจนก่อนเพื่อกำไรที่มากขึ้น หรือ ในทางกลับกัน ค่า MACD ที่ติดลบนั้นหมายถึงแนวโน้มขาลงนั้นแข็งแรงขึ้น อาจไม่เหมาะสมกับการที่จะเข้าไปซื้อ
📌 เส้นสัญญาณ (Signal Line)
หากเราแค่จะเทียบความแตกต่างของ ค่าเฉลี่ยราคาหุ้น ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ค่า MACD แต่การที่ MACD พิเศษกว่าดัชนีอื่นนั้นก็เพราะว่ามีเจ้า Signal Line หรือ เส้นสัญญาณโดยเกิดขึ้นจากการนำค่า MACD ย้อนหลัง 9 วันมาเฉลี่ย แล้ววางลงเป็นกราฟเดียวกันกับ MACD
รูปด้านล่างเส้นหนาจะเป็นเส้น MACD และ เส้นรอยประคือเส้นสัญญาณ (Signal Line) หรือ EMA9 ของ MACD
สัญญาณซื้อ สามารถเกิดขึ้นได้โดยการที่เส้น MACD ตัดเหนือ เส้นสัญญาณ และ สัญญาณขาย เกิดขึ้นเมื่อเส้น MACD ตัดต่ำกว่า เส้นสัญญาณ หลายครั้งที่นักลงทุนจะเจอเส้นการตัดกันต่ำกว่า 0 การที่เกิดการตัดกันแบบนั้นอาจจะเกิดการกลับตัวของหุ้น หรือ เปลี่ยนแปลงในทิศทาง แต่นักลงทุนต้องจำไว้ว่าถ้าการที่ตัดกันในจุดต่ำกว่า 0 นั้นหมายถึงหุ้นตัวนั้นมีแรงขายในช่วงระยะสั้นมากกว่าระยะยาวนั้นเอง ดังนั้นการเลือกที่จะเข้าซื้อในจุดตัดที่เหนือเส้น 0 ย่อมเป็นอะไรที่เสี่ยงน้อยกว่า
อีกสัญญาณนึงที่นักลงทุนที่มีประสบการณ์มักจะหยิบไปใช้ก็คือการเกิด Divergence หรือการที่ดัชนีอย่าง MACD มีแนวโน้มขึ้นลงสวนทางกับราคาหุ้น
📌 เส้นศูนย์
อย่างที่ได้กล่าวไปในขึ้นต้นว่าการคำนวณ MACD นั้นเกิดจากการทำเส้น EMA12 และ EMA26 มาลบออกจากกันดังนั้นเมื่อเส้นทั้งสองเส้นตัดกันค่า MACD จึงเป็น 0 โดยสามารถดูจากภาพด้านล่างได้ว่า การที่เส้น MACD ตัดผ่านเส้น 0 นั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกแนวโน้มของหุ้นที่ค่อนข้างชัดเจน และ ค่อนข้างที่จะดูง่าย
📌 ข้อดีของ MACD
ในตัวอย่างที่ได้โชว์ไปก็จะเห็นได้ว่า MACD นั้นค่อนข้างมีประโยชน์กับนักลงทุนระยะสั้น โดยเป็นเครื่องมีที่ใช้ในการยืนยันแนวโน้มหรือทิศทางของราคาหุ้นว่าจะไปในทิศทางใดก่อนที่จะมีการสั่งออเดอร์ซื้อหรือขาย
📌 ข้อเสีย MACD
ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการใช้ดัชนีชี้วัดตัวนี้ก็คือในบางครั้งเกิดสัญญาณซื้อขายค่อนข้างบ่อยในช่วงราคาที่ค่อนข้างใกล้กันก่อนที่จะเกิดสัญญาณที่แสดงทิศทางอย่างชัดเจน อย่างที่โชว์ในกราฟด้านล่างจะเห็นได้ว่าก่อนที่ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นสูงได้เกิดสัญญาณซื้อขายจากเส้น MACDC ตัดกับเส้น Signal หลายครั้ง
นักลงทุนที่เลือกใช้ดัชนีชี้วัด MACD เป็นเครื่องมือในการจับสัญญาณต้องเข้าใจว่าในช่วงที่ตลาดขึ้นลง หรือ Sideway อาจส่งผลให้ค่าของ MACD เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่เกิดสัญญาณถี่อาจจะทำให้นักลงทุนขาดทุนได้เนื่องจากการซื้อขายแต่ละทีมีค่าธรรมเนียมเป็นปัจจัยนึงที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
ข้อด้อยอีกข้อของการใช้ MACD คือการที่เราไม่สามารถนำหุ้นตัวนึงมาเปรียบเทียบกับอีกตัวได้เนื่องจากค่า MACD นั้นเกิดจากการนำราคาหุ้นมาลบกันแล้วหาความแตกต่าง ดังนั้นในตลาดที่มีราคาหุ้นค่อนข้างหลากหลายถูกและแพงจึงทำให้เกิดข้อด้อยข้อนี้ขึ้นมา
📌 บทสรุป
MACD เป็นหนึ่งในเครื่องมือหรือดัชนีชี้วัดที่มีความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่นักลงทุนระยะสั้นเพื่อวิเคราะห์และหาทิศทางแนวโน้มของหุ้นตัวนั้นๆ ว่าจะไปยังทิศทางใด โดยการที่ MACD ตัดกับ Signal Line หรือเส้นสัญญาณนั้นเป็นการบอกถึงโอกาสในการลงทุน หรือ การขายหุ้น ณ ราคานั้นๆ และ การที่ MACD ตัดผ่านเส้น 0 นั้นก็เป็นการชี้ว่าแนวโน้มของราคาหรือทิศทางกำลังจะไปในทางใด
สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วถูกทดสอบมาว่ามีความแม่นยำค่อนข้างสูง พร้อมทั้ง MACD ยังเป็นเครื่องมือที่เรียนรู้และเข้าใจง่ายจะเหมาะสำหรับทั้งนักลงทุนมือใหม่ หรือ แม้กระทั่งคนที่ยังไม่เคยลงทุนแต่สนใจที่จะลงทุนก็สามารถเรียนรู้ศึกษาเพื่อนำไปใช้งานได้ไม่ยากนะ
Cr.SET MONITOR

Advertisements