แชร์ไอเดียทำธุรกิจขายเสื้อผ้างานค้าขายการตลาดเศรษฐกิจบทความเจ้าของธุรกิจ
เดือนพฤษภาคม 2560 เราก็ออกจากงานมาครบ 2 ปีพอดี 

               เราเริ่มต้นออกจากงานด้วยคำว่าเบื่อ แค่นั้น ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมไรเลย จะทำไรต่อ จะหางานหรือทำอาชีพตัวเองก็ยังไม่รู้ รู้แต่เพิ่งว่าเบื่อ ออกมาจากงานด้วยเงินเก็บ 200000 บาท กับเงินลงทุนในหุ้นที่ติดดอย 150000 (ปัจจุบันก็ติดดอยอยู่ยังไม่ได้ถอนออกมาเลย) ช่วง 3 เดือนแรกของการว่างงาน เที่ยว แล้วก็เที่ยว     

                การเริ่มต้นการทำธุรกิจ เกิดจากนอนกลางวันเยอะเกินไป เลยฟุ้งซ่านนอนไม่หลับทั้งผัวทั้งเมีย คุณเธอเลยเกิดปิ้งไอเดีย บอกว่าอยากขายของ อยากขายเสื้อผ้า ตอนตี 3 แล้วในเดือนสิงหาคม 2558 ก็เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ HOMRAK (ห่มรัก)

                เมื่อเราได้โจทย์มาแล้ว ว่าเราจะขายเสื้อผ้า เราก็ต้องมาคิด วิเคราะห์ก่อนว่า จะขายเสื้อผ้า อะไร แบบไหน ขายใคร ขายที่ไหน ขายยังงัยเราถึงจะอยู่ได้ 

                 การเลือกสินค้า 

                   เป็นสิ่งสำคัญมากเลยครับถ้าเราอยากจะอยู่ได้ในวงการนี้ สินค้าต้องไม่เหมือนใคร ถึงเหมือนแต่อย่าให้มาก และจะให้ดียิ่งขึ้นไป สินค้าต้องมีเรื่องราว ถ้าไม่มีเราก็สร้างมันขึ้นมา

                   สินค้าที่เราเลือกขายในครั้งแรกคือ ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ ทำไมเราถึงเลือกสินค้าชนิดนี้ 

1. เมื่อ 2 ปีก่อนคู่แข่งยังไม่เยอะเท่าปัจจุบัน เราเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ แต่ถึงกระนั้นมันก็เลยจุดพีค ของเทรนเสื้อผ้ามัดย้อมมาแล้ว เมื่อ 5 ปีก่อนเสื้อยืดขายตัวละ 700 คนยังแย่งกันซื้อ(อันนี้เค้าบอกมา)

2. สินค้ามีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ไม่ต้องไปแข่งขันใน red ocean ของวงการเสื้อผ้าแฟชั่น

          การตั้งราคาสินค้า 

ถ้าเรามีสินค้าที่ไม่เหมือนใคร หรือไม่ค่อยมีในตลาด เราทำราคาได้ดี ทำกำไรได้เยอะโดยการตั้งราคาเราต้องรู้ต้นทุนที่แท้จริงของเราทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางตรง และทางอ้อม ค่าโสหุ้ยต่างๆ ค่าเสียเวลา ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมออกมาให้หมดแล้วรวมเข้าไปเป็นต้นทุนก่อนที่เราจะตั้งราคาและบวกกำไรที่เราต้องการเข้าไป ซึ่งส่วนใหญ่จะลืมต้นทุนเหล่านี้ทำให้ทุนหายกำไรหด จนขาดทุนในที่สุด

ลงทุนครั้งแรกไป 8000 บาทรับมาขาย เฮ้ยมันขายได้กำไรดีพอใช้ เอาละเมื่อเรามีสินค้าแล้วต่อไปก็ตลาดแหละเราจะไปขายที่ไหนดีล่ะ

การหาตลาด

แม่ค้า พ่อค้ามือใหม่ป้ายแดง ก็คงขายออนไลน์ ควบคู่กับการหาตลาดโดยการเสริจจากกูเกิล แต่การหาตลาดที่ดีที่สุด และได้ผลคือกรุ๊ปลายแม่ค้า พ่อค้าครับ ต้องพยายามเข้าให้ได้สักกลุ่มก่อนครับ แล้วกลุ่มอื่นๆก็จะตามมา ในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า จะมีข่าวสารเกี่ยวกับตลาด ที่ไหนขายได้ ที่ไหนขายดี มีงานที่ไหน ในกลุ่มนี้จะมีข่าวสารที่เราต้องการ

              การหาฐานลูกค้าเพิ่ม และการส่งเสริมการตลาด ในที่นี้ผมมองโปรโมชั่นไปในแง่มุมของการทำการตลาดออนไลน์มากกว่า ไม่เน้นทำโปรโมชั่นที่หน้าร้าน

             ผมว่าเดียวนี้การขายของไม่ใช่การขายของหน้าร้านเพียงอย่างเดียว ร้านขายเสื้อผ้าอย่างเราควรมีช่องทางการขายมากขึ้น เช่น ไลน์ แฟนเพจ นอกจากเป็นการเพิ่มช่องทางการขายแล้ว ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือ อีกทั้งเพิ่มฐานลูกค้าให้เราอีกด้วย

ต้องวางแผน หาช่องทางต่อยอดอนาคต

                      2-3 เดือนต่อมาเราก็ขายได้เรื่อยๆ แต่จะหาความมั่นคงจากการรับเสื้อผ้ามาขายแค่นั้นเหรอ ถ้าเรากลายเป็นผู้ผลิตเองล่ะ กำไรก็จะเพิ่มขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสินค้าหรือไม่ สามารถควบคุมคุณภาพ ต้นทุนได้ด้วย ช่องทางการขายก็เพิ่มขึ้นด้วย จึงเริ่มเรียนรู้และหาที่อบรมในการทำมัดย้อมด้วยตัวเอง เสียเวลาไป 6 เดือนกว่าจะทำได้

                                                          เราจึงแปรสภาพจากรับมาขายกลายเป็นผู้ผลิต

    ต้องวางแผน 5 force ที่จะเข้ามาในอนาคต

                  แต่ๆๆๆ…..ปัญหามันยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในเมื่อเราทำได้คนอื่นก็ต้องทำได้ สังเกตได้จากการออกตลาดจากที่พบคู่แข่งเจ้าเด่นๆ ประจำๆ ในวงการนี้ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล เพียง 3 -4 ราย กลายเป็นว่าผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยตอนนี้ไปที่ไหนก็ต้องเจอ อย่างน้อย 2-3 รายขายในที่เดียวกัน แค่เวลาไม่ถึงปี จากblue ocean กลายเป็น red ocean ไปซะแล้ว

       ดังนั้นการวางแผนรับมือจึงเป็นสิ่งที่ควรต้องทำไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหน สิ่งที่เราทำก็คือ

1. เราหาตลาดที่ผู้เล่นหน้าใหม่มาสามารถเข้าถึงได้ในทันที หรือเข้าถึงก็ยาก

2. เราสร้างฐานลูกค้า ด้วยคุณภาพที่ดีราคาที่เหมาะสม และ สร้าง customer loyalty 

3. สร้างจุดแข็ง และจุดเด่น ให้ตัวเอง ไม่ว่าด้านสินค้า บริการ 

4. Scope กลุ่มลูกค้าหลัก และรองให้ชัดเจน

5. พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง หาตลาดกลุ่มใหม่ๆ ตลอด ยิ่งเป็นตลาดที่ผู่เล่นหน้าใหม่เข้าถึงยาก หรือไม่สนใจยิ่งดี

6. ต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ในตลาดแบบไหน เลือกตลาดให้ถูก แบบว่าอยู่ถูกที่ ถูกทาง

        ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอดได้มาจนถึงปัจจุบันคือ

1. เงินสดหมุนเวียนต้องมีในมือ

2. รายได้ กำไร ค่าใช้จ่าย ต้นทุน ต้องชัดเจน

3. ต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าสินค้า หรือตัวบุคคล

4. ต้องรู้ และควบคุมต้นทุนที่แท้จริงให้ได้

5. 4 P / 5 Force ต้องวิเคราะห์บ่อยๆ

6. ต้องกล้า และเสี่ยงเพื่อความก้าวหน้า

7. รายได้อย่ามีเพียงทางเดียวควรมีอะไรเสริมด้วย

8. อย่าทุ่มเททั้งชีวิตเพื่องาน แบ่งเวลาหาความสุขบ้าง และบ่อยๆยิ่งดี

Advertisements